น้อย ข้าได้พูดอะไรไหม? ข้าไม่ได้ตำหนิเขาสักคำ” เย่อวี๋หรานลอบทอดถอนใจ อีกฝ่ายไม่ได้ส่งสิ่งของ และช่วงนี้ก็ยังไม่ได้มาทางนี้ เห็นทีจูเหล่าโถวคงมี ‘พิรุธ’ จริง ๆ แล้ว
เพียงแค่ไม่รู้ว่า ‘พิรุธ’ นี้คืออะไร
ตอนนี้ยังนึกไม่ออก นางจึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อนชั่วคราว และกล่าวสืบไปว่า “เขากับน้องสามน้องสี่เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด ข้ายังจะทำอย่างไรได้? เรื่องในปีนั้นเป็นข้าเองที่ทำไม่ถูก แต่ก็โกรธกันมานานหลายปีเพียงนี้ ข้าเองก็เป็นย่าคนแล้ว ยังมีอะไรให้โกรธเคืองอีก ล้วนสลายไปหมดตั้งนานแล้ว”
“หายโกรธกันก็ดีแล้ว ลูกชายหลานชายล้วนโตกันหมดแล้ว เจ้าก็ใช้ชีวิตกับเจ้าใหญ่ให้ดี” ผู้ที่แม่เฒ่าจูเป็นห่วงมากที่สุดในชีวิตนี้ก็คงเป็นลูกชายคนโตผู้นี้แล้ว
พวกนางสองสามีภรรยาข่มลูกสะใภ้ที่มีนิสัยเกรี้ยวกราดเช่นนี้ไม่ไหว ทำให้ลูกชายคนโตต้องถูกสตรีคนเดียว ‘ข่มเหงรังแก’ จนมีสภาพเช่นนี้ เห็นแล้วก็ชวนให้ปวดใจ
ยังดีที่พวกเขามีชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ได้เห็นลูกชายหลานชายล้วนโตกันหมดแล้ว สร้างเรือนหลังใหม่แล้ว ทั้งยังส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือในสำนักศึกษา ความเป็นอยู่ดีขึ้นทุกวัน
แม่เฒ่าจูไม่มีความหวังอื่นใด เพียงปรารถนาให้ทางนั้นมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันหนึ่งเมื่อนางลงไปสู่ปรโลกแล้ว จะได้มีหน้าไปพบบรรพบุรุษสกุลจู
“ท่านแม่ ท่านวางใจเจ้าค่ะ ต่อให้ทะเลาะกันก็คงไม่หนักหนาอะไรหรอก ตอนนี้ข้าไม่มีความหวังอื่