ับก็ใช่ที่ ไม่ยอมรับก็ใช่ที่
ตอนนี้เย่อวี๋หรานเป็นฝ่ายนำมาส่งให้ด้วยตนเอง พวกนางสองคนอยากรับมาเดี๋ยวนั้นใจจะขาด เช่นนี้เมื่อถึงคราวดูตัวรอบถัดไป พวกนางจะได้มีสิ่งของไว้ ‘รับรอง’ ลูกสาวของผู้อื่น
เย่อวี๋หรานไม่ได้สังเกตรายละเอียดเหล่านี้ ความคิดนางยังคงวนเวียนอยู่ที่จูเหล่าโถว
นางพูดถึงขั้นนี้แล้ว แต่ทางฝ่ายแม่เฒ่าจูกลับไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่จูเหล่าโถวเอาของมาให้ เห็นทีเขาคงไม่ได้มาที่นี่
แต่นี่ก็แปลกแล้ว จูเหล่าโถวขโมยสิ่งของไป ไม่นำมาส่งให้บิดามารดาบังเกิดเกล้าของตนเอง แล้วเขาจะเอาไปให้ใครได้อีก?
ครั้นยังไม่วางใจ เย่อวี๋หรานวางตะกร้าลงแล้วถามอีกครั้ง “มีแค่น้องสามกับน้องสี่ไปทำนาหรือ? หลายวันนี้จูเหล่าโถวก็ว่างแล้ว เขาไม่ได้พาพวกจูต้ามาช่วยเลยหรือเจ้าคะ? จริง ๆ เลย ข้าต้องตำหนิเขาสักหน่อยแล้ว ทำนาของตัวเองเสร็จแล้วก็ไม่รู้จักสนใจน้องชายตัวเองเสียบ้าง ข้าเห็นเขาปกติก็ออกจะรู้กาลเทศะนี่นา คราวนี้ทำไมถึงไม่รู้ความเสียได้…”
แม่เฒ่าจูเห็นนางตำหนิลูกชายคนโตของตัวเองก็รีบไกล่เกลี่ย “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก พวกข้าไม่ได้บอกให้เจ้าใหญ่มาช่วย พวกเขาต้องเก็บเกี่ยวมันเทศ ทั้งยังต้องไถนา หาบน้ำ มีงานต้องทำ พวกข้ามีที่นาอยู่แค่ไม่กี่หมู่ มีแค่พวกเจ้าสามก็พอแล้ว”
“ท่านแม่ ท่านอย่าเอาแต่พูดแทนจูเหล่าโถวเลยเจ้าค่ะ ข้ารู้จักเขาดีทีเดียว ปากพูดว่ากลัวข้า แต่ก็ยังไปช่วยงานน้องสามกับน้องสี่ลับหลังข้าไม่