ตอนที่แยกเรือนกันในปีนั้น แม้พวกนางจะมีสองครอบครัว (ครอบครัวของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ) แต่ก็ไม่ได้เปรียบเจ้าของร่างเดิมแต่อย่างใด
ที่นาซึ่งแบ่งมาได้ผืนนั้น ถ้าจะบอกว่ามีชีวิตสุขสบายดีก็คงเป็นไปไม่ค่อยได้ อย่างมากก็เหมือนคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน เพียงแค่ไม่ถึงขั้นหิวตายก็เท่านั้น
ช่วงนี้จูซานจ้วงและจูซื่อหู่กำลังเจรจางานมงคลกันอยู่ ผู้อื่นก็ถามเรื่องมันเทศขึ้นมา พวกนางเองก็จนปัญญา แม้พวกตนจะไม่อยากเอ่ยขึ้นมา แต่ผู้อื่นก็หาได้ลืมเรื่องที่สามีของพวกนางเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดของจูเหล่าโถว
หลายปีก่อนสองฝั่งแตกหักกันแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องพูดกันอีก แต่หลายเดือนให้หลังมานี้ สองฝั่งเริ่มไปมาหาสู่กันอีกครั้ง มีแนวโน้มว่าจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่
ก่อนหน้านี้ตอนที่ครอบครัวจูเหล่าโถวสร้างเรือนหลังใหม่ยังเชิญจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นไปช่วยงานอยู่เลย
ความสัมพันธ์ ‘ดี’ ถึงขั้นนี้ เรื่องดีอย่างการปลูกมันเทศ จูเหล่าโถวจะไม่พาน้องชายแท้ ๆ ไปปลูกเชียวหรือ?
พูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ
ความลำบากใจในเรื่องนี้ จูซานเสิ่นแลเจูซื่อเสิ่นกลับจนปัญญาจะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ แต่ละครั้งที่ดูตัวก็มักจะมีคนสอบถามเรื่องมันเทศอยู่ร่ำไป ทั้งยังแย้มพรายออกมาในวันดูตัวอีกว่าลูกสาวของตนเองไม่ได้มีข้อเรียกร้องอะไรมาก แค่อยากกินมันเทศสดใหม่สักคำเท่านั้นเอง
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นที่ไม่ได้รับมันเทศมาสักหัวนั้นอัดอั้นใจ จะยอมร