้สึกว่าน่าเหลือเชื่อ “เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านพ่อคิดว่าพวกเราเอาของกลับบ้านเดิมเยอะเกินไปแล้ว ก็เลยแอบเอากลับไปบางส่วน?”
“เป็นไปได้” หลี่ซื่อพูด “พวกท่านอาจไม่ได้สังเกต ก่อนจะเก็บเกี่ยวมันเทศ ท่านพ่อก็ไม่ค่อยพอใจแล้ว เหมือนรังเกียจที่ปกติพวกเรากินเยอะเกินไป”
“ถ้าเทียบกับคนอื่น อาหารการกินของครอบครัวเราก็ดีกว่าบ้างจริง ๆ…” หลิ่วซื่อออกจะไม่แน่ใจ
เพราะจากความเข้าใจของนาง คนอื่นถึงคราวกินโจ๊กเปล่ากันแล้ว มีเพียงครอบครัวตนเองที่ยังได้กินเสบียงอาหารแห้งเป็นชิ้นเป็นอัน ชวนให้คนอิจฉายิ่งนัก
ตอนนางกลับบ้านเดิมยังถูกมารดาและบรรดาลูกสะใภ้สกุลหลิ่วห้อมล้อมเข้ามา ‘สืบข่าว’ อยู่เลย
“สกุลจูรวยเละแล้วใช่หรือไม่? เดี๋ยวก็สร้างเรือนหลังใหม่ เดี๋ยวก็เก็บเกี่ยวเสบียงอาหาร สกุลจูคงรวยแล้วสินะ”
“เจาตี้เอ๊ย ในเมื่อแม่สามีเจ้ามีเงินขนาดนี้ ทำไมเจ้าไม่เอาของกลับมาเยอะ ๆ หน่อยเล่า? เจ้าไม่เห็นหรือว่าพ่อเจ้ากับพี่ชายน้องชายเจ้าได้กินแต่โจ๊กกันหมด? เจ้าดูสิ พวกเขาผอมแห้งกันอย่างกับอะไรดี”
“เจ้าสามสกุลจูไม่มีเมียแล้วใช่ไหม? เจาตี้ บ้านเดิมข้ามีน้องสาวอยู่คนหนึ่งยังไม่ได้ออกเรือน ไม่อย่างนั้น เจ้าก็ช่วยเป็นแม่สื่อแม่ชักให้หน่อยสิ?”
……
นอกจากถามว่าสกุลจูมีเงินมากมายเท่าไหร่ อีกเรื่องก็คือในเมื่อสกุลจูรวยถึงเพียงนั้น ก็ให้พี่น้องผู้หญิงหรือหลานสาวจากบ้านเดิมตบแต่งเข้าสกุลจูไปเสียด้วยกัน
เรื่องแบบนี้ หลิ่วซื่อจะกล