นแล้ว วางของตั้งเยอะแยะเอาไว้ เจ้ากลับไม่มองเลยหรือ…”
ครั้นนึกถึงว่าสิ่งของเหล่านั้นหายไปแล้ว สามีผู้นี้ยังทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น นางก็รู้สึกปวดใจ
นางแต่งให้ผู้ชายแบบไหนกันแน่?
“พี่สะใภ้รอง ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ เรื่องราวเป็นมาอย่างไรยังไม่ได้ถามให้ชัดเจน ท่านร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์” หลี่ซื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะทะเลาะกันแล้วก็รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
จริง ๆ เลย ยังเช้าอยู่แท้ ๆ เรื่องดี ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปเสียได้?
“ใช่แล้ว พี่สะใภ้รอง ท่านใจเย็นก่อน ท่านลองนึกดูว่าได้วางไว้ที่อื่นบ้างหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ต้องถามว่าใครมาที่ห้องของพวกท่านบ้างแล้ว…” หลินซื่อก็ช่วยไกล่เกลี่ยอยู่ข้าง ๆ
หลิวซื่อตวาดว่า “ข้ากับเหล่าเอ้อร์นอนอยู่ในห้อง ผู้ใดยังจะมาห้องพวกข้าอีก?”
หลินซื่อหน้าเจื่อน “ก็จริงเจ้าค่ะ”
ปกติเวลาพวกนางไปเยือนเรือนผู้อื่น ถ้าไม่รอให้สามีออกไปข้างนอกก่อน ก็จะพาสามีไปเยือนเรือนผู้อื่นด้วยกัน
ช่วงกลางวันยังพอว่า แต่ถ้าเป็นเวลากลางคืน เจ้าไปเข้าห้องผู้อื่นอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นนั้น ถ้าผู้อื่นกำลัง ‘ทำกิจ’ กันอยู่จะทำอย่างไร?
ไปเห็นเข้าก็น่ากระอักกระอ่วน
“เอาล่ะ เงียบกันให้หมด” เมื่อเย่อวี๋หรานเอ่ยขึ้นมา ทั่วทั้งเรือนก็เงียบสงบลงทันที
หลิวซื่อร้อนใจแต่ก็ไม่กล้าโวยวาย นางกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ “ท่านแม่ ท่านต้องคืนความเป็นธรรมให้ข้านะเจ้าคะ”
“ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ข้าถามใคร คนนั้นค่อยพูด” เย