ารเก็บเกี่ยวเช่นนี้คุ้มค่ากว่าการปลูกข้าวเปลือกมากนัก
เขาแทบจะไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “ได้ ข้าจะปลูกกับเจ้า”
“เช่นนั้นก็ได้ อาจูจยาไปสมัครกับเจ้าหน้าที่ทางการ เจ้าหน้าที่จะจัดทำรายชื่อทีหลัง แล้วมาบอกข้า ถึงครานั้นครอบครัวข้าจะเตรียมต้นกล้าของมันเทศเอาไว้ให้”
หลังจากได้ยิน คนอื่น ๆ ก็รีบพากันพูดบ้าง “จูต้าเหนียง ข้าก็อยากปลูกด้วย”
“จูต้าเหนียง ข้าขอปลูกกับเจ้าด้วยได้หรือไม่?”
“ใช่แล้วจูต้าเหนียง พวกเราก็อยากปลูกด้วย”
……
เย่อวี๋หรานตอบรับพวกเขาทั้งหมด ให้พวกเขาไปสมัครกับเจ้าหน้าที่ทางการ จะเพาะปลูกอย่างไร หรือจัดการอย่างไร เจ้าหน้าที่ทางการจะแจ้งให้ทราบ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ไม่น่าฟังอยู่บ้าง ซึ่งนางต้องพูดเสียก่อน
ตัวอย่างเช่น พวกเขาลองปลูกมันเทศเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะมีกรณีที่ประสบความสำเร็จอยู่เบื้องหน้าพวกเขา แต่เรื่องการเพาะปลูกนี้ไม่ว่าใครก็พูดได้ยาก
ทุกคนล้วนแต่พึ่งสวรรค์เรื่องปากท้อง[2] บางคราหากสวรรค์ไม่เมตตานางก็จนปัญญา
ดังนั้นครั้งนี้นางจึงไม่ได้วางแผนที่จะนำมันเทศมาให้ทุกคนมากนัก หนึ่งเพราะไม่มีประสบการณ์ สองเพราะเกรงว่ามันเทศจะไม่พอ
“การรับสมัคร หลัก ๆ คือเพื่อดูว่ามีคนจำนวนเท่าไหร่ ถึงคราที่ต้องคำนวณก็จะสามารถเตรียมต้นกล้าไว้ให้พอ โดยทุกคนจะได้ปลูกมันเท่า ๆ กัน”
“ปีแรกมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่สำหรับเตรียมการเพาะปลูกมันเทศช่วงฤดูใบไม้ผลิในปีที่สอง”
“ทุกคนฝึกฝนครั้งเดียว เหลือเมล