านั้นก็ดีใจมากเช่นกัน
ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถขุดมันเทศได้แล้ว นี่หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าพวกนางไม่ต้องกังวลว่าเสบียงจะไม่พอประทังถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและต้องหิวโหยแล้วน่ะสิ
“ที่ไหนกัน ท่านแม่ขุดมาแค่สี่เครือ พวกเจ้าดู อย่างน้อยก็ห้าหกหัว มากที่สุดมีถึงสิบกว่าหัว แค่สี่เครือนี้ พวกเรามีคนมาก ก็คงจะแบ่งมันเทศได้คนละสองสามหัว…” หลี่ซื่อกล่าวอย่างเริงร่า “นี่ยังไม่เยอะอีกหรือ? พวกท่านลองคิดดู ตอนแรกพวกเราใช้อะไรปลูก?”
“ก้านมันเทศ ใช้ทีละท่อนด้วย ตอนนั้นยังกลัวว่าจะไม่โตอยู่เลย” หลินซื่อกล่าวแล้วหัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า…แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะเจริญงอกงามเช่นนี้ แม้แต่หญ้าเลี้ยงหมูก็ไม่ต้องขึ้นเขาไปตัดแล้ว”
“ใช่แล้ว เอาใบกับก้านของมันไปเลี้ยงหมู หัวมันที่อยู่ใต้ดินยังสามารถเอามาเลี้ยงคนได้ เจ้านี่ดีเลิศเกินไปแล้ว” หลิวซื่อฟังว่าได้ผลผลิตดีเช่นนี้ จิตใจก็พลันหวั่นไหว
ในเมื่อมันเทศปลูกง่ายปานนี้ ผลผลิตก็ยังดีอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นปีหน้า นางก็สามารถบอกให้บ้านเดิมปลูกตามได้ใช่ไหม?
ภายในเรือนสกุลจูครึกครื้นยิ่งนัก ทุกคนห้อมล้อมตะกร้าใส่มันเทศ พูดคุยกันอย่างเบิกบานสำราญใจ
ยามนั้นหลินซื่อที่ใจร้อนอยากเก็บเกี่ยวมันเทศโดยไวพลันเอ่ยถามว่า “ท่านแม่ พวกเราจะเก็บเกี่ยวกันเมื่อไหร่ดีเจ้าคะ?”
“เก็บเกี่ยวทีละชุด” เย่อวี๋หรานอธิบายต่อไปว่า “มันเทศพวกนี้มีทั้งหัวใหญ่หัวเล็ก ดู