เหมือนว่ายังโตต่อไปได้อีก พวกเราแค่ต้องเก็บเกี่ยวให้เสร็จก่อนฤดูใบไม้ร่วง ไม่ให้กระทบฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็พอแล้ว”
“ท่านแม่ มันเทศอยู่ที่ทุ่งนาแบบนี้ ข้าไม่วางใจเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยว่า “ท่านแม่ ท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ ถ้าพวกเราเก็บเกี่ยวมันเทศกัน คนในหมู่บ้านจะต้องได้ยินข่าวแน่นอน ถึงตอนนั้นจะต้องมีคนมาร่วมชมความครึกครื้น ถ้าแค่คนสองคนก็แล้วไป แต่ถ้ามีคนตาร้อนขึ้นมา หมายตามันเทศของครอบครัวพวกเราเข้าจะทำอย่างไร?”
“เรื่องนี้ต้องป้องกันเอาไว้” หลินซื่อได้ยินแล้วก็พูดเสริมขึ้นมาทันที “ท่านแม่ ตอนนี้ยังห่างจากช่วงเก็บเกี่ยวอีกสักพัก ในหมู่บ้านเริ่มมีคนจำกัดอาหารกันแล้ว พวกเรามาเก็บเกี่ยวกันตอนนี้จะต้องทำให้พวกเขาตาร้อนแน่นอน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูดด้วยซ้ำ”
“ท่านแม่ ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันเจ้าค่ะ” หลิวซื่อเองก็ก้าวออกมาพูดเช่นกัน “บ้านหญิงปากสว่างข้าง ๆ นี้เริ่มกินโจ๊กกันแล้ว โจ๊กเปล่าแทบไม่มีอะไรเลย ใสแจ๋วจนเห็นก้นหม้อเลยทีเดียว”
“คราวก่อน ข้าได้ยินหญิงปากสว่างด่าลูกสะใภ้ว่าตะกละ แอบขโมยกินอาหารในเรือน” หลี่ซื่อเสริมขึ้นจากข้าง ๆ “หลังจากนั้นหลานชายสองคนของนางก็ร้องไห้ บอกว่าพวกเขาหิว ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างเอามาให้พวกเขากินต่างหาก”
……
เย่อวี๋หรานไม่ทันได้สังเกตว่าสกุลจูในช่วงเวลานี้เมื่อปีก่อนก็เริ่มลดมาตรฐานเรื่องอาหารการกินลงแล้ว กินโจ๊กเปล่าเหมือนคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน
แต