ค่อยว่ากัน
แต่เมื่อนึกถึงว่าจูซาน จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าเพิ่งกลับไปที่สำนักศึกษา ตนเองก็ไม่ได้ป่วยอะไรมาก เย่อวี๋หรานจึงกำชับกับคนในครอบครัวว่าไม่ต้องส่งข่าวไปบอกทางนั้น
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ คำพูดก็ค่อนข้างแพร่ไปเร็ว เพียงมีคนเข้าไปในตำบล เรื่องก็ไปถึงหูจูซานจนได้
“แม่ข้าป่วยแล้ว?” จูซานแตกตื่น กลัวว่าเย่อวี๋หรานจะเป็นอะไรไป จึงบอกกล่าวกับเสินต้าเหนียงในวันนั้น เพื่อฝากฝังให้นางช่วยดูแลพวกเด็ก ๆ จากนั้นเขาก็กลับมายังสกุลจู
เมื่อเขากลับมาถึง ฟ้าก็มืดลงเสียแล้ว และหลิ่วซื่อเป็นคนเก็บกวาดเรือนเป็นคนสุดท้าย
“เจ้าสาม เจ้ามาได้อย่างไร?” หลิ่วซื่อรีบถามทันทีว่าสำนักศึกษามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเป็นอย่างไรบ้าง
“ที่สำนักศึกษาไม่มีเรื่องอะไรขอรับ ข้ากลับมาดูท่านแม่ ท่านแม่เล่า? ท่านแม่อยู่ที่ไหน?”
“พักผ่อนอยู่ในห้องน่ะ เจ้าไม่ต้องร้อนใจ ท่านแม่ไม่เป็นไร” ครั้นได้ยินว่ากลับมาดูแม่สามี หลิ่วซื่อจึงพูดปลอบใจเขา
“พี่สะใภ้ใหญ่ งั้นข้าขอเข้าไปดูท่านแม่ก่อนนะขอรับ”
ครั้นกล่าวจบ จูซานก็ก้าวยาว ๆ ไปถึงหน้าห้องของเย่อวี๋หราน ก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ
ยามนั้น เย่อวี๋หรานก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแล้ว “เข้ามาเถอะ”
“ท่านแม่ ได้ยินว่าท่านป่วยแล้ว?” จูซานเข้าไปแล้วก็สังเกตสีหน้าท่าทางของเย่อวี๋หราน เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากก็ค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ไม่เป็นไร แค่โรคเก่ากำเริบเท่านั้น