ดกับข้า ทั้งยังมาพูดจาคลุมเครือไม่ชัดเจนแบบนี้ คนอื่นไม่เข้าใจผิดก็แปลกแล้ว เจ้าไม่รู้หรือว่าหลินต้าเม่ยก็ใช้วิธีการแบบนี้มาบังคับให้หลี่ว์มู่ที่ไม่ยินยอมพร้อมใจต้องตกล่องปล่องชิ้นกับนาง?”
“ข้ารู้” กานอี้เซียนกล่าวเสียงอ่อน “ข้ายังรู้ว่าหลี่ว์มู่ก็แค้นท่านเพราะเหตุนี้ คิดว่าท่านเป็นคนวางแผนเรื่องราวทุกอย่าง ทั้งยังจงใจยุยงให้หลินต้าเม่ยมาสร้างความวุ่นวายในวันจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของพวกท่าน จะได้ฉวยโอกาสสังหารหลินต้าเม่ย เพื่อใส่ร้ายท่าน…”
พูดไปสักพัก กานอี้เซียนก็ชะงักไป มองมาทางเย่อวี๋หรานอย่างแตกตื่น ไม่กล้าส่งเสียงอีก
เพราะสีหน้าเย่อวี๋หรานเปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกแล้ว สายตาที่จ้องมองเขาราวกับจะกินเขาลงท้องไปอย่างไรอย่างนั้น “เจ้าสืบมาดิบดีเสียเหลือเกินนะ! หมายความว่าอย่างไร เจ้าอยากข่มขู่ข้าใช่ไหม? หา?”
“เปล่า ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” กานอี้เซียนโบกไม้โบกมืออีกครั้ง “จูต้าเหนียง ท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าแค่เป็นห่วงท่านในฐานะผู้อาวุโสจริง ๆ กลัวว่าท่านจะเกิดเรื่อง กลัวว่าท่านจะอารมณ์ไม่ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับท่าน หรือถ้าท่านอารมณ์ไม่ดีเสียแล้ว ก็คงจะไม่ตั้งใจเพาะปลูกต่อไป แล้วข้า…แล้วข้าจะทำอย่างไร?”
ยิ่งอธิบายไม่รู้เรื่อง กานอี้เซียนก็ยิ่งพบว่าตนเองพูดจาสับสน ทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่าย
แต่เรื่องจริงเป็นเช่นนี้ เขาคิดแบบนี้จริง ๆ นี่นา
เขามาเป็นถู่ตี้เฉินอย่างไม่ชอบธรรม ขนาดที่ว่าเขา