างไว้ด้วยอารามร้อนใจ
เย่อวี๋หรานเห็นเช่นนั้น ปฏิกิริยาตอบสนองอันดับแรกคือสะบัดมือเขาออกไป
แต่กลับพบว่ามือของคนบางคนขาวผ่องนุ่มนิ่ม ดูแลรักษาเป็นอย่างดีราวกับดรุณีน้อยในเรือนทอง ทว่าเรี่ยวแรงกลับไม่ด้อย ทำให้นางสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
“เจ้าทำอะไร? ชายหญิงไม่แตะเนื้อต้องตัว ไม่รู้หรือ?” เย่อวี๋หรานเดือดดาล
กานอี้เซียนปล่อยมืออย่างตกอกตกใจ “ไม่ใช่ จูต้าเหนียง ท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ท่านฟังข้าก่อน ข้าแค่เป็นห่วงท่าน…”
“เจ้ายังพูดอีก!” เย่อวี๋หรานตวาดตัดบทเขา รีบมองไปรอบทิศ กลัวว่าจะมีคนมาได้ยินเข้า
แม้อายุของคนทั้งสองจะห่างกันพอสมควร นางสามารถเป็นมารดาของเขาได้เลยทีเดียว แต่ถ้อยคำคลุมเครือเช่นนี้ถ้าใครได้ยินจะต้องเข้าใจผิดแน่นอน
ยุคสมัยนี้โหดร้ายทารุณต่อสตรี ถึงจะเป็นนางที่มีชื่อเสียงว่าร้ายกาจ แต่คำพูดพรรค์นี้ถ้าแพร่งพรายออกไป คำคนดุร้ายกว่าเสือ ถ้าคนในหมู่บ้านต้องการจะลงโทษนางขึ้นมา นางก็ไม่อาจต่อต้านได้
กานอี้เซียนเองก็ตระหนักว่าตนเองพูดผิด รีบละล่ำละลักขออภัย “ขออภัย ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง ข้าแค่เป็นห่วงจูต้าเหนียงในฐานะญาติผู้อาวุโส ไม่ได้มีเจตนาอื่นจริง ๆ โปรดอย่าเข้าใจผิด…”
“เจ้าก็อย่าพูดคำที่ชวนให้คนเข้าใจผิด” เย่อวี๋หรานประสาทตึงเครียด “ถึงข้าจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังเป็นผู้หญิง ชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังเดิมทีก็ทำให้คนเข้าใจผิดง่ายอยู่แล้ว ถ้าเจ้ายื้อยุ