รู่เขากินปูตัวนั้นไปหมดแล้ว” หนึ่งในกลุ่มเด็กน้อยร้องขึ้นอย่างไม่พอใจ
จูโก่วหยวนก็ไม่พอใจเช่นกัน “ข้ายังไม่รับรู้รสชาติเลย กินลงไปคำเดียวก็ไม่เหลือแล้ว”
ต้าเป่าออกจะจนปัญญา “ข้าก็บอกแล้วว่าเจ้านี่มีเนื้อนิดเดียว จูโก่วหยวน เจ้าไม่ต้องไม่พอใจ เจ้ากินปูตัวโตไปตัวหนึ่งแล้ว ปูมีทั้งหมดแค่หกตัว แบ่งให้ทุกคน ตัดอาเล็กของข้ากับเอ้อร์เป่าออกไป แบ่งกันกินคนละตัวยังไม่พอ เจ้าอย่าหวังเลย”
“ทำไมจะไม่พอ?” จูโก่วหยวนนับเลขไม่เป็น พอได้ยินต้าเป่าพูดเช่นนี้ก็นึกกังขา
ช่วยไม่ได้ ต้าเป่าบอกให้พวกเขายืนกันดี ๆ แล้วทยอยแจกปู
แบ่งปูหนึ่งตัวให้สองคนถือเอาไว้ แม้ทุกคนจะนับเลขไม่เป็น แต่เห็นว่ายังเหลืออีกคนที่ไม่ได้รับส่วนแบ่ง ก็เข้าใจแล้วว่าไม่พอ
“ตอนแรกยังพออยู่ ถ้าจูโก่วหยวนไม่แย่งไปกินเสียก่อนก็ได้กินกันทุกคนแล้ว” จูโก่วหวายังนับว่ามีความคิดปราดเปรียวอยู่บ้าง เห็นว่าคนที่เหลือคนนั้นสามารถจับคู่กับจูโก่วหยวนได้พอดีก็โพล่งขึ้นมา
จูโก่วหยวนมองคนนั้นที คนนี้ที ไม่รู้จะพูดอะไรโดยสิ้นเชิง
ภายใต้ความช่วยเหลือของต้าเป่า เด็กน้อยทั้งกลุ่มทุกคนล้วนได้กินเนื้อปูหนึ่งคำ แม้ว่าจะเป็นเพียงคำเล็ก ๆ ไม่พอที่จะเติมเต็มความอยากกินเนื้อของพวกเขาเลยสักนิดด็ตาม
แต่เพียงคำเดียวนั้นก็ทำให้พวกเขาได้สัมผัสรสชาติของ ‘ความสุข’ แล้ว แทบกล่าวได้ว่าเป็นอาหารชั้นเลิศในโลกมนุษย์
“อร่อยมาก!”
“อื้ม! อร่อย!”
“มิน่าล่ะ น้ำพริกถึงได้อร่อ