งกระตือรือร้น ถามว่านางเหนื่อยหรือไม่ ต้องการดื่มน้ำหรือเปล่า
ทั้งยกเก้าอี้ ทุบหลัง เอาใจใส่ยิ่งแล้ว
หลี่ซื่อที่มาช้าไปหนึ่งก้าวมีสีหน้างุนงง เอ๋? น้องสะใภ้ห้าเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เย่อวี๋หรานไม่คุ้นชินกับความเอาใจใส่ของหลินซื่อ แต่ก็ไม่อยากบั่นทอนความกระตือรือร้นของนาง จึงสั่งงานให้นางไปทำ
“เจ้าค่ะ ข้าจะไปทำเดี๋ยวนี้” หลินซื่อไร้ท่าทีอิดออด ทั้งยังขานรับอย่างยินดี และรีบไปทำตามคำสั่งโดยพลัน
เย่อวี๋หรานคิดในใจว่า เมื่อวานแค่ช่วยออกความคิดให้เล็กน้อยเท่านั้น แต่มีผลลัพธ์ใหญ่หลวงขนาดนี้เชียว?
หลี่ซื่ออาศัยจังหวะที่หลินซื่อไม่สังเกต รีบก้าวไว ๆ เข้ามาหาและกระซิบถามว่า “ท่านแม่ น้องสะใภ้ห้าเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
“เป็นอะไร? นางก็ดีออกนี่นา?” เย่อวี๋หรานพูดกลบเกลื่อน
“แต่นี่ออกจะดีเกินไป” หลี่ซื่อพูด “ปกตินางขยันเช่นนี้เสียที่ไหนเจ้าคะ? เช้าวันนี้พอตื่นขึ้นมาก็ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ขยันขันแข็งจนข้าตกใจแทบตาย อีกอย่าง นางเอาแต่ล้อมหน้าล้อมหลังพี่สะใภ้รอง ท่านว่านางกำลังคิดอะไรแผลง ๆ อยู่หรือเปล่าเจ้าคะ?”
“วัน ๆ เจ้าก็คิดให้น้อยหน่อย ไม่มีธุระก็ไปเลี้ยงลูก เท่านี้ใต้หล้าก็สงบสุขแล้ว”
หลี่ซื่อ “…”
ข้าคิดมากหรือคิดน้อยไปเกี่ยวกับใต้หล้าตรงไหน?
ถ้าข้ามีความสามารถเช่นนั้นก็คงไม่มาอยู่ที่นี่แล้วน่ะสิเจ้าคะ?
แต่นางไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่กลับเข้าห้องไปอย่างไม่ปลอดโปร่งและดูแลลูกน้อยต