น ๆ
หลิ่วซื่อไม่ได้อยากรู้อยากเห็นมากนัก ทำงานของตัวเองเสร็จก็กลับเข้าห้อง
เป็นหลิวซื่อเสียอีกที่อยากถาม แต่ความสัมพันธ์ของนางและหลินซื่อก็ธรรมดา ถามหยั่งเชิงไปหลายครั้งยังไม่ได้ความก็กลับเข้าห้องไปอย่างโกรธเคือง
กลับเป็นหลี่ซื่อที่หน้าหนา ยังอยากจะถามมากว่านั้น หากลูกน้อยในห้องส่งเสียงโวยวาย นางจึงจำต้องเข้าไปกล่อมลูกก่อนชั่วคราว “น้องสะใภ้ห้า เจ้ากินข้าวไปก่อนนะ รอข้าโอ๋ลูกเสร็จแล้วจะกลับมาคุยกับเจ้า”
“พี่สะใภ้สี่ ท่านไปเถอะ”
หลินซื่อไม่อยากคุยเรื่องนี้กับหลี่ซื่อ และยิ่งเป็นเรื่องที่น่าอับอายแบบนี้ด้วยแล้ว…
นางรีบกินข้าว ล้างจานเสร็จก็กลับเข้าห้อง
จูอู่นอนอยู่บนเตียง พอเห็นนางเข้ามาก็ตบ ๆ บนเตียง บอกให้นางมานั่งข้าง ๆ
หลินซื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าเฉยชาก็รู้สึกกลัว แต่ก็จำต้องเข้าไป นางยิ้มอย่างประจบทันที “อะไรหรือ? เจ้ามีอะไรอยากพูดกับข้า?”
“พูดมาตามตรง เจ้าไปทำอะไรมา?” จูอู่ไม่โง่ เมื่อวานเพิ่งจะเกิดเรื่อง วันถัดมาหลินซื่อก็หายไปทั้งวัน ถ้าไม่ใช่เพื่อเรื่องนั้นแล้วยังจะเป็นอะไรได้อีก?
หลินซื่อตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด “ข้าถามท่านแม่แล้ว…”
“เฮอะเฮอะ!” จูอู่ไม่อยากฟังนางอธิบายสักนิด “ท่านแม่ปากร้ายใจดี ถ้าเจ้าขอร้องท่านแม่ ท่านแม่ยังจะไม่ยอมให้เจ้าไป? ข้าถามเจ้าหน่อยว่าเจ้าอยากเป็นสะใภ้สกุลจูหรืออยากเป็นแม่นางสกุลหลิน? น้องสาวสองคนของเจ้ามาพึ่งพาครอบครัวข้ายังไม่พอ เจ้ายังจะพาคนในครอบค