ู่บ้านชานเมืองนั้นรับฟังความคิดเห็นของเขา ในใจก็ปลื้มปีติเป็นอย่างมาก
เขายังภูมิใจอยู่บ้างว่าที่แท้จูต้าเหนียงก็เคารพนับถือเขามาก!
ในไม่ช้าทั้งสองคนก็ปรึกษาหารือกันข้ามคืนถึงการจัดการปัญหาเรื่องของหลี่ว์มู่ และถือโอกาสพาหลินต้าเม่ยไปรับโทษ โดยไปโยนให้หมู่บ้านสกุลหลี่ว์จัดการ
ทันทีที่รุ่งสาง เจ้าหน้าที่จูก็เรียกผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูมาแจ้งเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะพาคนไปคุมตัวหลี่ว์มู่และหลินต้าเม่ยออกไปจากหมู่บ้านสกุลจูอย่างเงียบ ๆ
สีหน้าของหลินซื่อดูเป็นกังวล กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่ของนาง
แม้ว่าเมื่อคืนนี้นางจะไม่ได้นอน บนใบหน้ายังมีร่องรอยความหมองคล้ำ แต่หลินซื่อยังเต็มไปด้วยพลัง เมื่อนางเห็นเย่อวี๋หรานเดินเข้ามาก็รีบลุกเข้าไปหา
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางของนางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ทำไมตื่นเช้านัก? ไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วหรือว่าวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรต้องทำ ทุกคนจะตื่นสายสักหน่อยก็ได้”
“ท่านแม่ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้านอนไม่หลับจึงถือโอกาสลุกขึ้นมาทำงานสักหน่อย” หลินซื่อไม่ได้พูดว่าตัวเองทำอะไร แต่เสื้อผ้าที่ซักเรียบร้อยแล้วในเรือน แค่มองก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ
ในยามนี้หลิ่วซื่อไปให้อาหารหมูยังไม่กลับมา และวันนี้หลิวซื่อมีหน้าที่รับผิดชอบอาหารกลางวัน ยามนี้น่าจะยังอยู่ในสวนผัก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาซักผ้า
“เป็นห่วงเรื่องพี่สาวเจ้าหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “วางใจเถอะ ผู้อาวุโสกับเจ้าหน้า