านี้ ต้องเป็นเพราะนางเดาถูกแน่นอน
เฮ้อ…
ยิ่งไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้น เรื่องนั้นก็มักเกิดขึ้น โลกนี้ช่างอยู่ยากจริง ๆ
ครั้นสวมเสื้อคลุมทับเสร็จ เย่อวี๋หรานก็รวบผมขึ้น แล้วออกไปโดยไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกตัว
“ไม่ได้รอนานเท่าไหร่กระมัง?”
“ไม่นานขอรับ ท่านแม่ ทางนี้” จูอู่เกรงว่าเย่อวี๋หรานจะมองไม่เห็นทางจึงช่วยประคองอีกแรง
“ข้ายังไม่แก่ ไม่จำเป็น รอข้าแก่กว่านี้ เจ้าค่อยประคอง” เย่อวี๋หรานปฏิเสธ
แสงจันทร์คืนนี้ไม่สว่างเท่าใดนัก แต่ก็พอมองเห็นพื้นได้อย่างเลือนราง
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ตอนที่หลี่ว์มู่ข้ามกำแพงเข้ามาก็คงจะสังเกตพบความผิดปกติแล้ว แม้ปกติในลานเรือนจะวางสิ่งของเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้วางไว้มากมายเหมือนในวันนี้ จึงสามารถซ่อนคนเอาไว้ได้
หลี่ว์มู่ทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกจึงค่อนข้างตึงเครียด สนใจเพียงความเคลื่อนไหวภายในเรือน ครุ่นคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถ ‘จู่โจมสำเร็จในคราเดียว’ แต่กลับลืมสังเกตความผิดปกติบริเวณท้ายเรือน
ตอนที่เย่อวี๋หรานมาถึง พี่น้องสกุลจูทั้งสามคนก็เอาหลี่ว์มู่ออกมาจากแหจับปลา มัดไว้กับต้นไม้แล้ว
จูอู่ยังไม่ลืมยกเก้าอี้มาให้เย่อวี๋หราน นางจะได้พักผ่อนได้ตลอดเวลา
“เฮ้อ…เห็นเจ้า ข้าก็พอจะเดาได้แล้วว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร” เย่อวี๋หรานเห็นหลี่ว์มู่ จิตใจก็พลันหนักอึ้ง
แท้จริงแล้ว นางไม่หวังให้ตนเองเดาถูก
ตอนนั้น นางเพียงรู้สึกว่าด้วยชื่อเสียง ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’