องสกุลจูเกรงว่าคงเป็นเล้าหมูที่สะอาดเอี่ยมที่สุดในหมู่บ้านละแวกนี้แล้ว ทำความสะอาดอยู่ทุกวัน
แต่เมื่อเทียบกับเล้าหมูของชาติที่แล้วที่พื้นเป็นปูน ยุคนี้ยังไม่ได้ก้าวหน้าถึงเพียงนั้น เพียงปูด้วยแผ่นอิฐไม่กี่แผ่นหรือปูแผ่นไม้ที่แข็งแรงสักหลายแผ่นไว้บนบ่อเกรอะทำเป็นเล้าหมู
เล้าหมูของสกุลจูเป็นแบบที่สอง ปูไม้กระดานเหนือปากบ่อเกรอะ แม้หลิ่วซื่อจะปัดกวาดใช้น้ำล้างเล้าหมูทุกวัน แต่กลิ่นเหม็นหึ่งนั้นไม่อาจขจัดให้หมดไปได้
ดังนั้น หลินต้าเม่ยถูกขังไว้ในเล้าหมู กล่าวได้ว่ารอบด้านเหม็นคลุ้ง แทบจะถูกอากาศพิษรมจนสลบไป
อีกทั้งยังหิวโหยมาทั้งวัน ตอนที่ถูกจูต้า จูเอ้อร์ จูซาน จูซื่อ และจูอู่หามออกมา คนก็หน้ามืดตาลาย แทบเป็นลมไม่สมประดี
เมื่อถูกปลดจากพันธนาการบนเก้าอี้ หลินต้าเม่ยก็ยืนไม่ไหว ไถลลงมากองบนพื้น
เย่อวี๋หรานเห็นนางมีสภาพเหมือนถูกทรมานทรกรรมมาอย่างแสนสาหัสก็ให้คนเอาสิ่งที่อุดไว้ในปากนางออกมา พร้อมกันนั้นก็ปลดเชือกบนแขนและขาให้นาง
หลินต้าเม่ยตัวอ่อนระทวย ตั้งหน้าตั้งตาสูดลมหายใจสดชื่นเข้าปอด ถลึงตามองเย่อวี๋หรานอย่างโกรธแค้น “นางหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์…”
“อะแฮ่ม!” เย่อวี๋หรานกระแอมเสียงเบาตัดบทนางพลางกล่าวว่า “เจ้าอยากถูกขังไว้ในเล้าหมูอีกหรือ?”
หลินต้าเม่ยสำลัก
“นี่ก็ถูกแล้ว ด่าคนให้น้อยหน่อย จะได้ไม่ต้องทรมานมาก ข้าน่ะไม่ชอบฟังคนด่าทอเป็นที่สุด เจ้าด่าจนเหนื่อย ข้าฟังแล้วก็รำคาญใจ พอข้ารำคาญอาร