มณ์ก็ไม่เบิกบาน พออารมณ์ไม่เบิกบานก็ชอบทรมานคนเป็นพิเศษ” เย่อวี๋หรานเอ่ยเนิบนาบ “ถ้าเจ้าไม่กลัวทรมาน จะด่าต่อก็ได้ ถึงอย่างไรตอนนี้ก็มืดแล้ว แขกเหรื่อที่มาเยือนก็กลับเรือนกันหมด สะดวกพอดี”
หลินต้าเม่ยหวาดกลัวอยู่บ้าง เจ้าสะดวก แต่ข้าไม่สะดวกนี่นา!
ความกล้าที่ถูกคนยุมาหาเรื่องเย่อวี๋หรานในตอนแรกถูกเล้าหมูไล่หายไปหมดแล้ว
“พูดมาเถอะ ใครใช้ให้เจ้ามาทำลายงาน” เย่อวี๋หรานกล่าว
หลินต้าเม่ยนึงถึงคำสัญญานั้นก็ต้องไม่ยอมรับอยู่แล้ว “ไม่มี”
“ไม่มี? เห็นทีเจ้าคงไม่หิว ไม่กระหายเลยสินะ ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” เย่อวี๋หรานหันไปสั่งความหลิ่วซื่อและหลิวซื่อ “ไม่ต้องให้อาหารและน้ำกับนางแล้ว มัดตัวใหม่แล้วส่งกลับเล้าหมูไปเถอะ”
“กลับเล้าหมู?!” หลินต้าเม่ยตกใจ รีบร้องว่า “จูต้าเหนียง แขกกลับไปหมดแล้ว ข้าก็ไม่ได้ก่อเรื่องสำเร็จ ท่านยังจะมัดข้าอีกทำไม? ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง คิดเสียว่าข้าเป็นผายลม ปล่อยไปเสียก็จบ”
หลิ่วซื่อและหลิวซื่อได้รับคำสั่งแล้วก็ย่างก้าวเข้ามาอย่างให้ความร่วมมือ ยืนประจำตำแหน่งทันที
สมาชิกสกุลจูแทบทุกคน ยกเว้นเพียงเย่อวี๋หรานและจูเหล่าโถว คนอื่น ๆ นั้นล้วนไม่ได้นั่ง ทว่ามายืนมองความครึกครื้นอยู่ข้าง ๆ
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าไม่ได้กลับมาสักพักแล้ว จึงชมดูอย่างออกรสออกชาติ
ควรทราบว่าปกติยามอยู่ที่สำนักศึกษา เรื่องราวทำนองนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก ต่อให้เกิดเรื่องขึ้น อาจารย์ก็จะสั่งสอนพวกเขาว่า