กับเอ้อร์เป่าจะต้องไม่ด้อยไปกว่าอาเจ็ดของพวกเขาแน่นอน
ตนเองโตแล้ว เริ่มเรียนช้า แต่พวกเขาเริ่มเรียนกันตั้งแต่ยังเล็ก ถ้าแม้แต่คนทึ่มอย่างอาเจ็ดยังสู้ไม่ได้ พวกเขาจะขายหน้าแค่ไหนกัน?
หลังจากการพูดจาครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าสภาพจิตใจของจูซานดีขึ้นมาก ดูจะไม่จมจ่อมอยู่กับเรื่อง ‘ปลดภรรยา’ อีกแล้ว แต่มีความหวังและเอาความคิดจิตใจไปทุ่มเทกับเรื่องทางอื่นแทน
จูซื่อกับจูอู่ไม่รู้สักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างก็รุดเข้ามาถามไถ่ ท่านแม่พูดอะไรกับเขากันแน่ จึงทำให้เขาเบิกบานเช่นนี้?
จูซานแสยะยิ้ม “ฮิ ๆ ถึงเวลาเดี๋ยวพวกเจ้าก็รู้เอง”
จูอู่ขนลุกซู่ “พี่สาม ท่านอย่าเลียนแบบพี่ใหญ่กับพี่รองสิ ท่าทางท่านแบบนี้ดูโง่ยิ่งนัก”
“ไปให้พ้น!” จูซานถลึงตาใส่เขา “เจ้าสิโง่ คนฉลาดไม่แสดงออก เจ้าไม่เข้าใจหรือ?”
ท่านแม่คิดว่าเขาแสดงความฉลาดออกมามากเกินไป ให้เขาเรียนรู้จากพี่ใหญ่พี่รองให้มากว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้คนลดความระแวดระวังลง เมื่อถึงคราวต้องไปอยู่ในตำบลจะได้ไม่ถูกคนเอาเปรียบได้ง่าย ๆ
จูซานใคร่ครวญดูแล้วก็พบว่าคำพูดของมารดามีเหตุผล
บางทีคนอื่นอาจไม่กล้ารังแกคนที่ฉลาดแล้วแสดงออก แต่คนที่ภายนอกดูโง่งม แต่แท้จริงแล้วฉลาด บางครั้งกลับสามารถ ‘เอาเปรียบ’ คนอื่นได้ง่ายกว่า
ถึงเขาไม่ได้คิดจะไปเอาเปรียบคนอื่น แต่เขาหวังว่าเวลาทำอะไรอยู่ข้างนอก คนอื่น ๆ จะอำนวยความสะดวกให้เขามากขึ้นสักนิด
“ไม่เข้าใจ” จูอู่ส่ายศีรษะ “ท่านแม่