ก็ต้องใช้เงินห้าตำลึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ถ้าไม่มีสักแปดหรือสิบตำลึงก็ไม่ต้องฝันแล้ว
ดังนั้นแม้แต่เย่อวี๋หรานก็ไม่กล้ารับรองว่าจะมีเงินมากพอส่งทุกคนไปเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ได้แต่ให้ทยอยไปทีละคน ค่าเล่าเรียนสิบหกตำลึงบวกกับค่าใช้จ่ายในการสอบเคอจวี่อีกแปดตำลึงเป็นยี่สิบกว่าตำลึง นางคิดว่าตนเองยังพอหาเงินส่วนนี้มาได้
จูซานซาบซึ้งจนสะท้านสะเทือนใจ
“แต่นี่ก็เป็นเรื่องของต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ข้าบอกเจ้าก่อน ให้เจ้าได้เตรียมใจเอาไว้ เจ้าอย่าเอาไปพูดส่งเดช รอให้ถึงปีหน้าก่อนค่อยพูด” เย่อวี๋หรานกล่าว
“ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านแม่”
“อีกสักหน่อยข้าก็จะเริ่มสอนหนังสือให้ทุกคนแล้ว ท่องอย่างเดียวแต่ไม่รู้จักตัวอักษรนั้นยังไม่พอ เจ้าก็ตั้งใจหน่อย ถ้าเจ้าสามารถเรียนรู้ได้มากก็จะมีโอกาสเร็วขึ้นอีกนิด แม่ย่อมหวังให้พวกเจ้าได้มีโอกาสกันทุกคนอยู่แล้ว แต่เจ้าก็รู้ดี ครอบครัวเรามีคนมาก แหล่งรายได้กลับมีอยู่แค่นั้น สิ่งที่แม่สามารถทำได้มีจำกัด ถ้าแม่สามารถไขว่คว้ามาได้ก็ย่อมจะคว้าเอาไว้ แต่ถ้าคว้าไว้ไม่ได้ แม่เองก็จนปัญญา”
“ท่านแม่ ข้าเข้าใจขอรับ ข้าจะตั้งใจแน่นอน ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ถึงตอนนั้นข้าจะดูแลน้องเจ็ด ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอย่างดี ให้พวกเขาตั้งใจเล่าเรียน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสอบเป็นซิ่วไฉให้ได้สักคน” จูซานคิดว่าในเมื่อเจ้าเจ็ดสามารถสอบเป็นถงเซิงได้ ต้าเป่า