งนั้นไปทำไม ที่แท้พวกเจ้าก็อยากตามจูชีให้ทันนี่เอง”
แล้วจึงกวักมือเรียกพวกเขามานั่งใกล้ ๆ
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยากเรียนรู้จากอาเล็กของพวกเจ้า แต่ว่านะต้าเป่า เอ้อร์เป่า ข้าอยากให้พวกเจ้าจำเอาไว้ว่าสถานการณ์ของพวกเจ้าต่างจากอาเจ็ด ดังนั้นรูปแบบการเรียนที่ปรับให้เหมาะสมกับอาเจ็ดของพวกเจ้าอาจไม่เหมาะสมกับพวกเจ้าก็ได้” เย่อวี๋หรานสบตาพวกเขา กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “แต่ละคนต่างก็มีวิธีเรียนในแบบตัวเอง ขอเพียงหารูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองพบ พวกเจ้าก็จะเดินไปได้ไกลมากขึ้น”
นางถามพวกเขาอีกว่ารูปแบบการเรียนแบบเดียวกัน เหตุใดอาเล็กของพวกเขาเรียนแล้วไม่ยากแต่อย่างใด แต่พวกเขาสองคนกลับรู้สึกว่าเหนื่อยยิ่งนัก?
“พวกเจ้าลองใคร่ครวญดู ถ้าหลังกลับไปถึงเรือนแล้วยังคิดไม่ออกว่าเป็นเพราะเหตุใดค่อยมาถามย่า”
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าผงกศีรษะอย่างรู้ความ “ขอรับ ท่านย่า”
จูชี ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และจูซานที่ไม่ได้กลับเรือนมานานแล้ว เมื่อกลับถึงเรือนก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนในครอบครัว
“พี่สาม ท่านกลับมาเสียที!”
“พี่สาม ท่านมาเร็วเข้า พวกข้าจะพาท่านไปดูเรือนหลังใหม่”
“เจ้าสาม ข้าบอกเจ้าไว้ตรงนี้เลยว่านาน้ำของครอบครัวเราปลูกได้ผลดียิ่งนัก อีกสักหน่อยจะพาเจ้าไปดู”
……
ทางด้านนี้ พี่น้องสกุลจูต่างตื่นเต้นยินดี บ้างอยากดึงจูซานไปดูเรือนหลังใหม่ บ้างอยากพาเขาไปดูนาน้ำและพื้นที่เพาะปลูกมันเทศ
ฟังจากคำพูดของพวก