่อสู้?”
ครั้นกล่าวถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็คาดคั้นถามต้าเป่าและเอ้อร์เป่า “ตอนนี้พวกเจ้ายังคิดว่าตนเองไม่ผิดอยู่ไหม?”
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอ้าปากเตรียมแย้ง แต่สุดท้ายกลับพูดไม่ออก
“นี่คือความผิดประการแรก พวกเจ้ายังมีความผิดประการที่สองอยู่อีก” เย่อวี๋หรานกล่าว “ข้อสองก็คือพวกเจ้าขยันเกินไปแล้ว ขยันจนไม่ใส่ใจสุขภาพของตัวเอง ถ้าร่างกายของพวกเจ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ข้ากับแม่เจ้าก็คงจะไม่สบายใจแน่นอน ถึงตอนนั้นคนที่ต้องเป็นทุกข์ก็คือพวกเราที่เป็นคนในครอบครัวไม่ใช่หรือ?”
ดวงตาของต้าเป่าและเอ้อร์เป่าพลันแดงก่ำขึ้นมา
เย่อวี๋หรานทราบว่าน้ำเสียงของตนเองเข้มงวดเกินไปแล้ว ได้แต่นึกทอดถอนใจแล้วรวบร่างเล็ก ๆ ของพวกเขาเข้าสู่อ้อมอก
“ถ้าพวกเจ้ามีความผิดสามส่วน อีกเจ็ดส่วนก็คือความผิดของข้า ข้าไม่ได้ดูแลพวกเจ้าให้ดีเอง”
“ท่านย่า ไม่ขอรับ” ต้าเป่าทุกข์ใจ รีบเอ่ยว่า “ข้าสำนึกผิดแล้ว จริง ๆ นะขอรับ ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
เย่อวี๋หรานลูบศีรษะของเขาพลางกล่าวว่า “ย่าไม่เคยมองว่าพวกเจ้าเป็นเด็ก มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในบ้านก็มักจะพูดขึ้นมาต่อหน้าพวกเจ้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นพวกเจ้าจึงได้ยินเรื่องราวหลายอย่าง และคิดว่าตนเองควรตั้งใจเรียนให้มาก”
“แต่ย่าลืมบอกพวกเจ้าไปว่าพวกเจ้ายังเป็นเด็กน้อย พวกเจ้าควรทำเรื่องที่พึงทำในวัยเด็ก ส่วนเรื่องราวในบ้านย่อมมีผู้ใหญ่อย่างพวกข้าเป็นคนจัดการ”
“ตอน