นี้พวกเจ้ามีหน้าที่เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง เพราะไม่มีสิ่งใดจะล้ำค่าไปกว่าสุขภาพของพวกเจ้าอีกแล้ว รอจนพวกเจ้าเติบใหญ่แล้วก็ค่อยรับภาระหนักอึ้งไปจากมือของพวกข้า”
“ขอโทษด้วย ย่าขอโทษพวกเจ้า วันหน้าย่าจะไม่กดดันให้พวกเจ้าเรียนหนังสืออีกแล้ว ใครหน้าไหนในบ้านกล้าบังคับให้พวกเจ้าตั้งใจเรียน ย่าก็จะสู้ตายกับคนผู้นั้น”
……
บางทีต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอาจไม่ได้เข้าใจไปเสียทั้งหมด แต่พวกเขาเข้าใจเรื่องหนึ่งคือ ท่านย่าปวดใจที่พวกเขาตั้งใจเรียนเกินไป ไม่ปรารถนาให้พวกเขาต้องลำบากถึงปานนั้น
“ท่านย่า ข้าสำนึกผิดแล้วขอรับ ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” ต้าเป่าเอ่ยกลั้วเสียงสะอื้น “ข้าจะกินข้าวให้ดี ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ โตเป็นผู้ใหญ่อย่างแข็งแรง”
ต้าเป่าโตกว่าเอ้อร์เป่าเล็กน้อย จึงเข้าใจอะไร ๆ มากกว่า
ภายในสำนักศึกษาสกุลเสินแห่งนี้มีลูกศิษย์ที่ยากจนค่อนข้างมาก ต้าเป่ามักขลุกอยู่ในหอพัก ผู้ที่คลุกคลีด้วยมากที่สุดก็คือคนกลุ่มนี้
เขามักได้ยินพวกพี่ชายเหล่านี้พร่ำพูดว่า “ครอบครัวข้าจนยิ่งนัก ทุบหม้อเอาเศษเหล็กไปขาย[2] ส่งเสียข้าร่ำเรียน ถ้าข้าไม่ตั้งใจเรียนให้ดีก็เท่ากับว่าผิดต่อพวกเขา”
“ข้าก็เหมือนกัน แม่ข้าขายพี่สาวเพื่อเอาเงินมาส่งข้าเรียน”
“ส่วนบ้านข้า…”
แม้สกุลจูยังไม่ถึงขั้นต้องทุบหม้อเอาเศษเหล็กไปขาย หรือขายพี่น้องเพื่อเอาเงินมาส่งเสีย ทว่าตั้งแต่ต้าเป่าจำความได้ก็ทราบว่าครอบครัวยากจนเพียงใด
การกินไม