กันก็ผูกติดกับเรือของอาจารย์เสินลำนี้เสียแล้ว
อย่าลืมว่าอาจารย์เสินยังมี เสินกวงจี้ ลูกชายที่เรียนหนังสือได้ไม่เลวอีกคนหนึ่ง
แทนที่จะบอกว่าเสินกวงจี้มาเล่นกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่า ไม่สู้บอกว่าเขาเป็นสหายของจูชี
ต่อให้เป็นไปเพื่อสร้างพันธมิตรให้ลูกชายของตนเอง อาจารย์เสินก็จำเป็นต้องทุ่มเทเพื่ออาหลานสกุลจูเหล่านี้อยู่ดี
ปีนั้นเขาถูกริบตำแหน่ง หวิดจะต้องเข้าไปอยู่ในตะราง ทว่าก็เป็นสหายร่วมสำนักที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตเขาเอาไว้
เขาจึงตระหนักอย่างลึกซึ้งว่าสหายร่วมสำนักที่สามารถช่วยเหลือได้สักคนมีความสำคัญเพียงใด
อาจารย์เสินไม่รู้ว่าในอนาคตสกุลจูจะเป็นอย่างไร แต่เขาเป็นอาจารย์สอนหนังสือมาหลายปี มีเพียงอาหลานสามคนของสกุลจูที่เปล่งประกายถึงเพียงนี้
ไม่มีคนอื่นอีกแล้ว เป็นได้เพียงพวกเขาเท่านั้น
…
จูซานกลับมาจากไปพบอาจารย์เสิน ก็รีบมาปลอบต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ แล้วจึงถ่ายทอดคำพูดของอาจารย์เสินต่อพวกเขา
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเงยใบหน้าเล็กขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา ดูคล้ายไม่อยากเชื่อถืออยู่บ้าง “อาสาม ท่านไม่ได้โกหกพวกข้าใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ข้าจะโกหกพวกเจ้าทำไม? ข้าพูดความจริงทั้งนั้น อาจารย์เสินเป็นคนบอกข้าเอง” จูซานมองใบหน้าเล็กจ้อยทั้งสองที่พักนี้ซูบตอบลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นเช่นนี้แล้วก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก เขากล่าวว่า “พวกเจ้าไม่ต้องท่องแล้ว ไปเล่นสักพักเถอะ”
เอ