กกินน้ำเชื่อมผลไม้” จางโก่วไฉพูด
“อย่าโวยวาย ออกไปเล่นข้างนอกนู่น” ท่านย่าจางปฏิเสธ
จางโก่วไฉนั่งแปะลงบนพื้นแล้วแผดเสียงร้องดัง “แง ๆๆๆๆ…ยายเฒ่า ยายแก่หงำเหงือก เจ้ากล้าไม่ให้ข้ากิน? ข้าจะฟ้อง ข้าจะฟ้องท่านปู่”
ในฐานะที่เป็นหลานชายสุดที่รักของท่านปู่จาง จางโก่วไฉไม่กลัวย่าของเขาสักนิด ไม่พูดพร่ำก็อาละวาดขึ้นมาเสียงดัง
ท่านย่าจางกระอักกระอ่วนใจหาใดเปรียบ
เย่อวี๋หรานทำเป็นมองไม่เห็น แต่ไม่ยอมพูดกู้หน้าให้นาง เฮอะ! กล้ารังแกลูกชายข้า สมน้ำหน้า!
สะใภ้ใหญ่ได้ยินเสียงลูกชายร้องไห้ก็รีบวิ่งออกมาดู “เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?”
จางโก่วไฉฟ้องร้องทันที ร้องเสียงดังว่า ‘ท่านแม่’ แล้วพูดว่าท่านย่าจางไม่ยอมให้เขากินน้ำเชื่อมผลไม้แสนอร่อยในตะกร้า เมื่อครู่บนทางขามา ท่านย่าจูให้เขากินแล้ว อร่อยยิ่งนัก แต่ท่านย่ากลับไม่ยอมให้เขากิน
“ท่านย่า โก่วไฉจะโตเท่าไหร่เชียว ท่านจะเอาอะไรกับเขานักหนา?” สะใภ้ใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวโทษทันที
ท่านย่าจางมีสีหน้าพิพักพิพ่วน “แขกยังอยู่นี่นา…” อยากจะเตือนอีกฝ่ายว่าแขกยังอยู่ ช่วยไว้หน้านางสักหน่อยเถอะ
“ชิ! รู้แล้ว ท่านแม่ ท่านรับแขกต่อไปเถอะ ข้าไปต้มน้ำแล้ว” สะใภ้ใหญ่ใช้มือหนึ่งจูงจางโก่วไฉ อีกมือฉวยตะกร้า แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องครัวไปทันที