ะประสบความสำเร็จได้อย่างไร?”
จูซานไม่ทราบว่าควรอธิบายให้หลิ่วซื่อฟังอย่างไรดี
เย่อวี๋หรานสังเกตลักษณะของต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็พอจะเข้าใจแล้ว
แม้พวกเขาจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ผ่ายผอมลงจากคราวก่อนอย่างเห็นได้ชัด ดวงหน้าเล็กจ้อยที่เคยเปล่งปลั่งขาดความชุ่มชื้น ขอบตาดำอาจยังไม่ชัด ทว่าก็แลดูอิดโรยไม่กระฉับกระเฉง
ต้าเป่านั้นยังพอทำเนา แต่เอ้อร์เป่ากลับเห็นได้ชัดเจน
นางนึกทอดถอนใจ สั่งให้หลิ่วซื่อไปปัดกวาดห้องหับและทำอาหารให้พวกเขา แล้วจึงเรียกจูซาน ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าออกไปคุยกันข้างนอก
หลิ่วซื่อเห็นเช่นนั้นก็ทราบว่าแม่สามีคงมีอะไรจะพูด นางไม่ได้เห็นแย้งแต่อย่างใด เพียงขนของที่นำมาจากเรือนเข้าไปในห้องและเริ่มลงมือทำงาน
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเดินตามหลังจูซานมาอย่างว่าง่าย พวกเขาตามเย่อวี๋หรานไปถึงด้านนอก
เย่อวี๋หรานเลือกเวลาได้เหมาะเจาะยิ่งนัก ขณะนั้นคนอื่น ๆ ยังเรียนกันอยู่ ด้านนอกจึงปลอดคน พวกเขาสามารถพูดคุยกันได้โดยสะดวก
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ เย่อวี๋หรานก็ยังคงมองไปรอบด้าน เมื่อยืนยันว่าไม่มีคนแล้วจึงเริ่มเอ่ยขึ้นช้า ๆ “เจ้าสาม เจ้าพูดมาว่าเกิดอะไรขึ้น”
จูซานนั้นปราศจากความลังเล รีบเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวบรัด
ขณะที่เขาพูด ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ยืนอย่างสงบ รับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่พวกเขาไม่ได้คิดว่าตนเองทำอะไรผิดไป ก็เหมือนที่มารดาของพวกเขาว่าไว้ หากไม่ตั้งใจเรียนแล้วจะประสบความสำเร็จไ