หญ่ทำอะไร ข้าก็ทำอันนั้น” เอ้อร์เป่าไม่ได้อยากเหนื่อยเพียงนั้นอยู่แล้ว แต่เขาติดตามต้าเป่าเป็นเงาตามตัวมาจนเคยชินเสียแล้ว ดังนั้นต้าเป่าพูดอะไร เขาก็ทำเช่นนั้น
จูซานทราบว่าแม้เอ้อร์เป่าจะฉลาด แต่ก็เชื่อฟังพี่ชายของตัวเองมากกว่า จึงเกลี้ยกล่อมต้าเป่าอีกครั้ง
ขอเพียงโน้มน้าวต้าเป่าได้ ก็เท่ากับว่าโน้มน้าวเด็กทั้งสองคนได้แล้ว
ทว่าน่าเสียดาย กล่าวกันถึงคารมปาก แม้จะเป็นจูซานที่นับว่าเฉลียวฉลาดที่สุดแล้วในหมู่พี่น้อง แต่ก็ยังเกลี้ยกล่อมหลานชายคนโตไม่สำเร็จ พูดสู้ต้าเป่าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
และแล้วเย่อวี๋หรานก็มาถึงสำนักศึกษาสกุลเสินภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เอง
เมื่อนางเข้ามาก็เห็นภาพที่จูซานซึ่งขอบตาแดงก่ำกำลังเกลี้ยกล่อมต้าเป่าและเอ้อร์เป่าว่าไม่ต้องขยันถึงเพียงนั้นพอดี
“เกิดอะไรขึ้น? เจ้าสาม ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไม่เชื่อฟังเจ้างั้นหรือ?” หลิ่วซื่อได้ยินไม่ชัดนัก ครั้นเห็นภาพนี้ก็นึกว่าต้าเป่าและเอ้อร์เป่าทำอะไรผิดมา จึงรีบก้าวออกมาทันที “พวกเขาทำอะไรผิดไปใช่ไหม? เจ้าสาม ไม่เป็นไร จะดุจะตีก็แล้วแต่เจ้า ทำผิดก็ต้องลงโทษ”
นางกล่าวพลางดึงตัวต้าเป่าและเอ้อร์เป่า บอกให้พวกเขาขอโทษจูซาน
จูซานโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน “ไม่ใช่นะ พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะพวกเขาตั้งใจเรียนเกินไป ข้าสงสาร อยากให้พวกเขาพักผ่อนบ้าง”
หลิ่วซื่องงงวย “หา ตั้งใจเรียนเกินไปก็ไม่ได้หรือ? ไม่ตั้งใจเรียนแล้วจ