ี่สำคัญของครอบครัวเช่นนี้ นอกจากต้องแจ้งแก่ญาติมิตรทั้งหลายแล้ว แน่นอนว่าย่อมจะขาดจูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าที่ไปร่ำเรียนในตำบลไปไม่ได้เช่นกัน
ขณะนั้น จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าปรับตัวเข้ากับชีวิตในสำนักศึกษาได้เป็นอย่างดีแล้ว
ในฐานะเด็กเทพที่ค่อนข้างสมองช้า จูชีอาศัยความสามารถที่แท้จริงเอาชนะลูกศิษย์ทั้งสำนักศึกษาได้อย่างราบคาบ
ถูกต้อง เขาไม่ได้มีสมองที่ปราดเปรียวนัก แต่เขาสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้อื่นพูดได้
นอกจากโจทย์พลิกแพลงที่ต้องใช้สมองไปขบคิด ขอเพียงเป็นสิ่งที่เขาเคยท่องมาก่อน ไม่มีโจทย์ไหนที่เขาทำไม่ได้
อาจารย์เสินก็รวบรัดยิ่งนัก หลังจากตระหนักถึงจุดนี้ก็ไม่ได้เน้นฝึกฝนจูชีในด้านนี้อีก แต่เรียบเรียงโจทย์การสอบถงซื่อในอดีตมาให้จูชี ‘ท่องจำ’
ใครบ้างจะท่องไม่เป็น ความสามารถด้านนี้ของจูชีนับว่าเป็นเลิศ เพียงไม่กี่วันก็สามารถท่องจำได้โดยไม่ตกหล่น
จูชีไม่ถนัดด้านการวิพากษ์นโยบายปกครองและคัมภีร์โบราณ อาจารย์เสินก็หาได้ถอดใจ เขาให้จูชีทดลองเขียนความเรียงบางหัวข้อ ขณะเดียวกันก็เรียบเรียงโจทย์ที่เคยออกสอบในอดีตมาให้จูชีท่องอีกด้วย
อวี้เสวียหลิน ผู้ตรวจราชการซึ่งเป็นสหายสนิทของอาจารย์เสินมาสืบราชการนอกเครื่องแบบได้แวะมาเยือนที่สำนักศึกษา ครั้นได้ยินเรื่องราวของจูชีก็เงียบไปอย่างครุ่นคิด “ที่จริงแล้ว ข้ากลับคิดว่าจูซุ่นเต๋อผู้นี้ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเลยเสียทีเดียว”
“หมายความว่าอย่าง