องให้ทุกคนร่ำรวยไปด้วยกันอยู่แล้ว”
วาจานี้ต้องใจเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจูยิ่งแล้ว นั่นน่ะสิ ทุกคนล้วนมีชื่อในลำดับวงศ์ตระกูลเดียวกัน ถ้าจะร่ำรวยก็ต้องรวยไปด้วยกัน
“แต่ว่า” ผู้อาวุโสสกุลจูยกปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมาพูด “ทำเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ความเสี่ยง เจ้าแพร่งพรายข่าวคราวออกไปเร็วเช่นนี้ ถึงตอนนั้นหมู่บ้านของพวกเราก็ไม่อาจชิงปลูกนำหน้าไปก่อนได้ ข้ากลัวว่าหมู่บ้านสกุลหลี่จะไปไวกว่าพวกเรา เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีข้อได้เปรียบแล้ว”
ถึงเวลานั้นใครจะได้เป็นพี่ใหญ่ก็ยังไม่แน่
เย่อวี๋หรานส่ายหน้ายิ้ม ๆ “ผู้อาวุโส ท่านคิดผิดแล้ว ท่านคิดว่าข้าให้หมู่บ้านสกุลหลี่ปลูกมันเทศตามพวกเรา แล้วจะไม่เตรียมวิธีรับมือไว้เลยหรือ?”
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสได้ยินดังนั้นก็บอกให้นางรีบพูดต่อไป
“ในโลกนี้ ใครหาเงินได้มากที่สุด?” เย่อวี๋หรานถาม
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
“คนค้าขาย” เย่อวี๋หรานมั่นใจอย่างยิ่ง “สาเหตุที่เหล่าคนค้าขายถูกเบื้องบนควบคุมเอาไว้ย่อมเป็นเพราะพวกเขาสามารถหาเงินได้มากกว่าคนทั่วไปอย่างง่ายดาย”
ผู้อาวุโสสกุลจูมองไปรอบด้านอย่างตื่นตัวกระซิบเตือนว่า “จูต้าเหนียง วาจาประดานี้อย่าเอาไปพูดข้างนอกอีกเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นจะเกิดเรื่องเอาได้”
ทุกคนต่างก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ผู้อาวุโสสกุลจูย่อมไม่หวังให้เย่อวี๋หรานเกิดเรื่อง
สตรีผู้นี้ดุร้ายป่าเถื่อนก็จริง แต่ก็เป็นคนมีความสามารถที่แท้จริงคนหนึ่ง สามารถมอบผ