ลประโยชน์ให้ทุกคนได้ ถ้าเกิดเรื่องกับนาง ต่อไปจะไปหาผลประโยชน์มาจากที่ไหน?
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความสามารถของนาง จะลากทุกคนลงน้ำไปด้วยกันหรือไม่ เรื่องนี้ก็ยังไม่อาจบอกได้
“พวกเราเป็นคนกันเอง ข้าเพียงพูดต่อหน้าพวกท่านเท่านั้น ขอเพียงพวกท่านไม่พูด จะต้องไม่มีใครรู้แน่นอน” เย่อวี๋หรานบอกพวกเขาเป็นนัยอีกครั้ง พวกเราเป็นคนกันเอง คนกันเองย่อมไม่หักหลังกัน ถ้าข้าเกิดเรื่องก็ต้องเป็นเพราะถูกคน ‘ทรยศ’ แน่นอน
นางแสดงท่าทางพลางพูดต่อไปว่า “ฟ้ารู้ดินรู้ ข้ารู้ท่านรู้ ออกจากปากข้าไปเข้าหูพวกท่าน เรื่องนี้ก็นับว่าหยุดอยู่เพียงเท่านี้”
เจ้าหน้าที่กระตุ้นเตือนว่า “จูต้าเหนียง เจ้าเข้าประเด็นเถอะ”
“ประเด็นสำคัญก็คือ ที่ข้าให้สตรีในหมู่บ้านสกุลจูค้าขายก็เพื่อปูทางให้หมู่บ้านสกุลจูได้โบยบินในอนาคต” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อไปว่า “คนในหมู่บ้านสกุลหลี่รับหน้าที่เพาะปลูก สตรีหมู่บ้านสกุลจูรับหน้าที่นำสิ่งของเหล่านี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา ประการแรก พวกเราก็มีเงินแล้วไม่ใช่หรือ? ประการที่สอง เมื่อสตรีหาเงินได้ก็สามารถส่งเสริมสามีหรือลูกชายหลานชายของตัวเองร่ำเรียนหนังสือ เช่นนั้นพวกเราก็สามารถบ่มเพาะบัณฑิตออกมาได้แล้วไม่ใช่หรือไร?”
“มีบัณฑิตถือกำเนิดขึ้นก็หมายความว่ามีอำนาจ มีเงินมีอำนาจ หมู่บ้านสกุลจูของพวกเราจะไม่รุ่งเรืองได้อย่างไร?”
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจูพลันกระจ่างใจ มิน่าเล่า ตอนแรกจูต้าเหนียงจึงยืน