กรานให้ตั้งกฎเอาไว้ อนุญาตเฉพาะสตรีหมู่บ้านสกุลจูทำการค้า อีกทั้งเงินที่หามาได้ก็คือเงินค่าแป้งชาด ที่แท้ก็เพื่อการนี้?!
แผนการนี้ทำให้พวกเขาอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ
ตอนนั้นพวกเขายังคิดอยู่เลยว่า แม้แต่ข้าวก็ยังได้กินไม่อิ่มท้อง ผู้ใดยังจะไปสนใจเรื่องการเล่าเรียน?
คิดว่าใคร ๆ ก็เก่งกาจเหมือนจูต้าเหนียงงั้นหรือ
ประจักษ์ชัดว่าเรื่องที่นางกำลังวางแผนอยู่ในยามนี้ ถ้าสามารถทำให้เป็นจริงได้ ย่อมยาวไกลไม่สิ้นสุด
“จูต้าเหนียง ข้าจำต้องยอมรับว่าเจ้าช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ!” เจ้าหน้าที่ยกนิ้วโป้งขึ้นมาอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้ข้าเคยพูดว่าข้าเลื่อมใสเจ้า แต่นั่นก็พูดเกินจริงไปบ้าง แต่ตอนนี้ข้าไม่ได้กล่าวเกินจริงไปเลยสักนิด”
ผู้อาวุโสสกุลจูก็กล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าจูต้าเหนียงจะเป็นจูเก่อ (ขงเบ้ง) ในหมู่สตรี ช่างน่าเลื่อมใสแท้ ๆ! เป็นโชคดีของหมู่บ้านสกุลจูที่มีเจ้าอยู่”
คราวนี้พวกเขานึกยินดียิ่งนัก โชคดีที่ปีนั้นจูเหล่าโถวแต่งหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เข้าหมู่บ้านมา ทั้งยังอดทนมาตั้งหลายปี ไม่อย่างนั้น กระถางเรียกทรัพย์เช่นนี้จะไม่หลุดมือไปหรอกหรือ?
หมู่บ้านไหนมีบุคคลอย่างจูต้าเหนียงสักคน ยังต้องกลัวว่าจะไม่ร่ำรวยอีกรึ?
ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลจูจึงตัดสินใจแล้วว่าจะทำทุกอย่างไปด้วยกันกับจูต้าเหนียง
“จูเก่อในหมู่สตรีอะไรกัน ข้าเองไม่มีความปรารถนาอย่างอื่น เพียงหวังว่าวันหน้าทุกคนไม่ต้องอดอยา