นโจ๊กทำไม? คนโง่เท่านั้นแหละถึงจะไม่กินข้าวสวย แต่แล่นไปกินโจ๊กอยู่ได้ทุกวัน”
นางหันกลับไปถามคนที่อยู่บริเวณนั้นว่า “พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่?”
“จริง!” คนรอบข้างหัวเราะแล้วพากันตอบรับ
หลี่ต้าเหนียงโมโหยิ่งนัก
นางนึกว่าเรียกเย่อวี๋หรานมาจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อตนเอง แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายมาแล้วกลับไม่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับนาง
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้ น่าโมโหนัก!
นางมองไปทางเย่อวี๋หราน แทบอยากกลืนอีกฝ่ายลงท้องเสียเดี๋ยวนั้น
ครั้นเห็นว่าพูดกับทางนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ จึงมองไปทางเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส แล้วเอ่ยข้าง ๆ คู ๆ “ข้าไม่สน ไม่ว่าอย่างไรหลี่ซุ่ยฮวาก็เป็นลูกสาวข้า ข้ามีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องของนาง ในเมื่อนางเป็นคนทำการค้ากับครอบครัวจูต้าเหนียง นั่นก็เท่ากับว่าครอบครัวข้าทำการค้ากับครอบครัวจูต้าเหนียง เงินที่หามาได้ก็ควรแบ่งให้ครอบครัวของพวกข้าด้วย”
นางยืนกรานอย่างดื้อดึง
ไม่ว่าเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจะพูดอย่างไรก็ไม่สนใจ
ทั้งสองฝั่งต่างก็มีความคิดเห็นของตัวเอง ในเวลานั้นไม่มีใครโน้มน้าวอีกฝ่ายได้สำเร็จ
ความดื้อรั้นไม่ฟังใครของหลี่ต้าเหนียงไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถเอาอยู่ได้เลยจริง ๆ
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสต้องการจะเจรจากับนางด้วยเหตุผลก็ไม่สำเร็จ
เย่อวี๋หรานยืนมองข้าง ๆ อยู่นานสองนานจนเหงื่อชุ่มมือแทน ไม่หรอกมั้ง หลี่ต้าเหนียงคนนี้ไม่ใช่พวกที่จะคุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่อง ทำไมยังเปลืองน้ำ