้าไปหาผลประโยชน์จากจูปาเม่ย นางก็จะกดอีกฝ่ายให้จมดิน
“ก็ไม่รู้สึกอย่างไร” สีหน้าของเย่อวี๋หรานไม่เปลี่ยนแปลง นางกล่าวว่า “ถ้าข้ามีลูกสาวที่เก่งกาจเช่นนี้สักคน ตกดึกนอนหลับไปแล้วยังหัวเราะจนตื่น มีลูกสาวที่เก่งกาจหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าวันหน้าเมื่อนางออกเรือนไปอยู่บ้านแม่สามีแล้วก็จะไม่ถูกรังแก”
ทุกคนนิ่งงัน “…”
ผู้ใดจะกล้ารังแกลูกสาวของเจ้า ไม่รักชีวิตแล้วหรือ?!
“เจ้าไม่อยากเสพสุขไปกับลูกสาว?” หลี่ต้าเหนียงเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบสนองต่อคำพูดของตนเองก็ร้อนใจ “นางเป็นนายหญิงน้อยในตำบล มีสาวใช้กับแม่นมคอยปรนนิบัติ แต่เจ้ากลับต้องลำบากอยู่คนเดียวในชนบท เจ้ารับได้หรือ? เจ้าเป็นแม่ของนางนะ นางไม่กตัญญูต่อเจ้า สวรรค์ก็คงจะลงโทษ”
เย่อวี๋หรานฉลาดยิ่งนัก ไม่เหลือจุดอ่อนให้อีกฝ่ายนำมาใช้ประโยชน์ได้ นางกล่าวว่า “รังทองรังเงินหรือจะสู้รังสุนัขของเราเอง[1] ข้าไม่อยู่เรือนตัวเอง จะบากหน้าไปอยู่กับว่าที่ลูกเขยทำไม? ข้าไม่ได้โง่หรอกนะ อยู่ที่ไหนแล้วสุขกายสบายใจก็ย่อมอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว”
“รังสุนัขจะสู้รังทองรังเงินได้อย่างไรงั้นรึ? เรือนของผู้ดีเลี่ยมทองฝังเงิน ฉวยติดมือกลับมาสักชิ้นก็พอให้เจ้ากินโจ๊กไปตลอดชีวิตแล้ว” หลี่ต้าเหนียงคล้อยตามคำพูดของเย่อวี๋หรานโดยไม่รู้ตัว
รอจนนางรู้สึกตัวขึ้นมาได้ก็สายเกินไปแล้ว เพราะเย่อวี๋หรานกล่าวสืบไปว่า “ข้าเพาะปลูกเก็บเกี่ยวของข้าเอง ข้าวสวยดี ๆ มีไม่กิน จะไปกิ