ุณเฝ่ย นายท่านรออยู่ข้างในมานานแล้ว กรุณาเข้ามาเถอะครับ” พ่อบ้านหานนำเฝ่ยไป๋ลู่ไปที่ศาลาขนาดเล็ก ซึ่งน้อยคนจะเดินผ่านมาที่นี่
แม้เข้าสู่เขตอิทธิพลของตระกูลหาน แต่เฝ่ยไป๋ลู่ก็ไม่กลัวกับดักใดที่ตระกูลหานวางไว้ หญิงสาวเพียงกล่าว “ขอบคุณค่ะ” กับพ่อบ้านหาน แล้วเปิดประตูเดินตรงเข้าไป
ภายในห้อง หานเชียนและหานคังผิงได้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว หานเชียนผายมือ บอกให้เฝ่ยไป๋ลู่นั่งลงโดยไม่แสดงท่าทีแปลกหน้า “มา ๆ ลองชิมชาที่ฉันทำหน่อย”
เขากล่าวอย่างร่าเริงและอบอุ่นมาก ราวกับว่าได้ใกล้ชิดกับสมาชิกรุ่นเยาว์ของตระกูล
เมื่อเทียบกับหานเชียน ทักษะการเข้าสังคมของหานคังผิงยังด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด และใบหน้าของเขาในตอนนี้ก็ถมึงทึงเหมือนก้นหม้อสีดำ
เฝ่ยไป๋ลู่แสร้งทำเป็นไม่เห็นเขา เธอรับชาจากหานเชียนด้วยความยินดี และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะ ปู่รอง”
“โอ้ ไม่ต้องขอบคุณหรอก เธอสุภาพเกินไปแล้ว” หานเชียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ดื่มชาตามลำพังหลังจากทักทาย สีหน้าหานคังผิงยิ่งเข้มขึ้น อีกฝ่ายเรียกชายชราว่า ‘ปู่รอง’ ในขณะที่เขาเองก็เป็นผู้อาวุโสของเฝ่ยไป๋ลู่เช่นกัน แต่เหตุใดเธอจึงจงใจเมินและไม่ทักทายเขา?
เฝ่ยไป๋ลู่ดื่มชาอย่างใจเย็น กระทั่งไม่รีบร้อนที่จะถามว่าทำไมครอบครัวหานถึงเชิญเธอมา
เมื่อเห็นสิ่งนี้ หานเชียนก็ถอนหายใจและเตะหานคันผิง “ไปเอาของมา”
ตอนนี้ ห