ออกแล้วจริง ๆ ถึงได้มาหาจูเหล่าโถว
“เรื่องการค้าของครอบครัว ข้าก็ไม่รู้อะไรมาก เจ้าควรไปถามจูต้าเหนียง” จูเหล่าโถวฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจขึ้นมา
แต่เขาก็ทราบว่าเรื่องนี้ตนเองตัดสินใจไม่ได้ ต้องไปถามภรรยา
“ผู้ชายในครอบครัวข้าเพียงเล่าเรียนและทำนา ไม่ยุ่งเกี่ยวการค้าขาย”
ยามอยู่นอกบ้าน จูเหล่าโถวยังคงพูดไปในแนวทางเดียวกับคนในครอบครัว ไม่พูดมั่วส่งเดช
จะว่าอย่างไรดี ทำการค้าไม่อาจเข้าร่วมการสอบขุนนางนี่นา เรื่องใหญ่ปานนี้ เขาย่อมรู้ขอบเขต
จูซิงวั่งมีสีหน้าลำบากใจ “อาสาม ท่านก็รู้จักนิสัยของจูต้าเหนียงดีนี่นา ข้ากลัว…กลัวว่าข้าไปพูดแล้วนางจะไม่พอใจ”
“ไม่พอใจก็ช่วยไม่ได้ ถ้าผู้ชายในบ้านไปยุ่งเกี่ยวกับการค้า นางจะยิ่งไม่พอใจมากกว่าน่ะสิ” สุดท้ายจูเหล่าโถวยังคงช่วยออกความคิดให้เขา “ถ้าเจ้าอับจนหนทางจริง ๆ ก็ให้เมียเจ้าออกหน้า ลองหยั่งเชิงกับสะใภ้สี่บ้านข้าก่อน สะใภ้สี่เป็นคนดูแลการค้าทุกอย่างในบ้านข้า”
“ขอบคุณอาสาม ชาติหน้าข้าจะเป็นวัวเป็นม้าตอบแทนท่าน” จูซิงวั่งจากไปอย่างดีอกดีใจ
เวลานั้นจูซื่อก็เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยถามจูเหล่าโถวอย่างสงสัยว่าคนผู้นั้นมาหาทำไม
จูเหล่าโถวจึงบ่นให้เขาฟัง
จูซื่อกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านอย่าได้ออกความคิดส่งเดชเชียวนะขอรับ พักนี้คนที่จับตามองครอบครัวเรามีมากจนนับไม่หวาดไม่ไหว”
เพียงนึกถึงว่าตั้งแต่ครอบครัวเขาแพร่งพรายออกไปว่าจะสร้างเรือนใหม่ก็มีคนเริ่มโผล่หน้ามาสอบถา