มหยั่งเชิงกับพวกเขาพี่น้อง จูซื่อเองก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า
ก็แค่สร้างเรือนใหม่หลังเดียวเท่านั้นเอง ต้องตื่นเต้นกันถึงเพียงนี้ด้วยหรือ?
แน่นอนว่าถ้ามุมปากของจูซื่อไม่ได้โค้งขึ้นอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องปานนั้นก็คงจะน่าเชื่อถือกว่านี้
เย่อวี๋หรานไม่เคยสร้างเรือนในชนบท จึงไม่ทราบว่าปลูกเรือนหลังหนึ่งในชนบทต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่
แม้จะพูดเรื่องสร้างเรือนหลังใหม่ออกไปแล้ว แต่เงินในมือจะสามารถสร้างเรือนแบบไหนออกมาได้ นางยังไม่แน่ใจนัก
หลายวันมานี้ นางสอบถามคนอื่น ๆ อยู่ตลอด พร้อมกันนั้นยังรับฟังความคิดเห็นของบรรดาลูกชายกับลูกสะใภ้
หลี่ซื่อไม่เคยมีประสบการณ์ปลูกเรือนมาก่อนเช่นกัน จึงช่วยสอบถามกับบ้านใกล้เรือนเคียง นางกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าถามมาแล้วเจ้าค่ะ ที่จริงแล้วการสร้างเรือนใหม่ เรื่องที่เปลืองเงินที่สุดไม่ใช่ค่าแรง แต่เป็นค่าวัสดุ…”
จากนั้นก็เล่ารายละเอียดที่นางไปสอบถามออกมาจนหมด
เย่อวี๋หรานฟังพลางพยักหน้า จดจำเอาไว้
“อืม ข้ารู้แล้ว”
“ท่านแม่ ท่านต้องการสร้างเรือนแบบใดหรือเจ้าคะ?” หลี่ซื่อคิดว่าสร้างแบบง่าย ๆ ก็พอแล้ว แต่ฟังจากความเห็นแม่สามี เหมือนกับว่าต้องการจะสร้างแบบที่ดีหน่อย
พวกนางเพียงทราบว่าแม่สามีขายสูตรทำชาดไปแล้ว ส่วนว่าขายไปได้เงินเท่าไหร่กลับไม่มีใครรู้
หลี่ซื่อพยายามประเมินอยู่ในใจ คิดว่าจำนวนเงินที่สามารถสร้างเรือนได้อย่างน้อยก็คงหลายร้อยตำลึงกระมัง
“เรือนมุงกระเบื้