อง”
“เรือนมุงกระเบื้อง?!” หลี่ซื่อตื่นตะลึง
นางกลืนน้ำลายดังเอื้อก แทบไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แม้กระทั่งครอบครัวของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านก็ยังปลูกเรือนมุงหลังคากระเบื้องไม่ไหว แต่แม่สามีกลับอยากสร้างแบบนี้?
ตกลงแล้วแม่สามีขายสูตรชาดได้เงินเท่าไหร่กันแน่?
เย่อวี๋หรานมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเงินไม่พอ จึงคิดว่าสามารถมุงได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ห้องที่ยังไม่ได้มุงหลังคากระเบื้องก็ใช้อย่างอื่นมุงแทนไปก่อน วันหน้าค่อยเปลี่ยนใหม่”
หลี่ซื่อค่อยพรูลมหายใจออกมา “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าตกใจหมด ข้ายังคิดอยู่เลยว่าท่านแม่มีเงินเท่าไหร่กันแน่”
“ทำไม เจ้าเองก็กำลังแอบเดาอยู่ว่าข้ามีเงินเท่าไหร่เช่นนั้นหรือ?”
“เปล่าเจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อย ดูว่าสร้างเรือนสักหลังต้องใช้เงินเท่าไหร่…” หลี่ซื่อไม่กล้ายอมรับ
ถึงนางจะสนใจเงินที่ได้จากการขายสูตรทำชาดเช่นกัน แต่นางหาได้โง่งมเหมือนหลิวซื่อ เรื่องนี้ถ้าพูดออกมาก็คงต้องถูกสั่งสอนสถานเดียว
ไม่ได้ส่วนแบ่งจากการขายสูตรทำชาด แต่สามารถได้ห้องในเรือนหลังใหม่มาหนึ่งห้องก็ไม่เลว
“เรือนหลังนี้เป็นของข้า ข้าจะเป็นคนกังวลสนใจเอง เจ้ายังต้องค้าขายและเลี้ยงลูก ดูแลเด็กสองคนนี้ให้ดีก็พอแล้ว”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านสบายใจได้ ข้าจะต้องเลี้ยงหลานชายทั้งสองของท่านให้ดีแน่นอน” ครั้นเอ่ยถึงลูก ๆ แล้วหลี่ซื่อเบิกบานใจยิ่งนัก บอกเย่อว