มีเรื่องจะพูด เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
เมื่อได้ฟังมารดากล่าวว่าขายสูตรทำชาดไปแล้วก็ค่อนข้างประหลาดใจ “ท่านแม่ ทำไมท่านขายสูตรทำชาดไปเสียล่ะขอรับ?”
เมื่อเย่อวี๋หรานกลับไปถึงเรือนสกุลจู ประกาศเรื่องนี้ต่อทุกคนบนโต๊ะอาหาร คนทั้งโต๊ะต่างก็ตะลึงพรึงเพริดดุจเดียวกัน
“อะไรนะ?!”
“ท่านแม่ ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าไม่ให้ขายสูตรทำชาด เก็บเอาไว้สามารถทำเงินได้ตลอดไปไม่ใช่หรือ?”
“นั่นน่ะสิ ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ ท่านก็ขายสูตรไปเสียแล้ว?”
……
คนทั้งหมดกระวนกระวายใจ รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าคงมีเรื่องราวเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นมารดาจะขายสูตรทำชาดไปโดยไม่มีสาเหตุได้อย่างไร?
เย่อวี๋หรานเห็นว่าพวกเขาจินตนาการไปไกลแล้วก็รู้สึกว่าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางกล่าวว่า “พวกเจ้าคิดไปถึงไหนกันแล้ว ข้าขายสูตรทำชาดก็เพื่อสร้างเรือนหลังใหม่ไม่ใช่หรือ? พวกเจ้าดูสิ เรือนของพวกเรา กว้างเท่านี้เอง คนทั้งบ้านต้องกั้นผนังห้องแบ่งครึ่งเพื่อเบียดอยู่ด้วยกันแล้ว แค่ตอนนี้เจ้าสามพาจูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าไปร่ำเรียนในตำบลถึงได้ดูโล่งขึ้นมาหน่อย”
“ซานเป่ากับซื่อเป่าก็โตวันโตคืน พวกเจ้าคนอื่น ๆ ในอนาคตก็คงจะมีลูกเหมือนกัน ถึงตอนนั้นจะไปอยู่ที่ไหน?”
‘อยู่ที่ไหน’ เพียงประโยคเดียวก็สามารถทำให้ทุกคนเงียบเสียงลงได้แล้ว
ไม่ได้มีเพียงเย่อวี๋หรานที่ตระหนักว่าในเรือนไม่มีที่พักอีกแล้ว แต่สมาชิกทุกคนในครอบครัวสกุลจูล้วนกระจ่างใจ
จูปา