ะเงินหนึ่งร้อยตำลึง ข้าไม่ได้จะเบี้ยวเงิน ก็แค่ตอนนี้ไม่มีเงินชั่วคราว ยังมีหน้ามาเสแสร้งเป็นพ่อพระอยู่ตรงนี้อีก”
“ข้าไม่ใช่คนดีอะไรจริง ๆ นั่นแหละ แต่ข้าก็ไม่จงใจสอนเด็กให้เดินไปในทางที่ผิด ทำให้โลกนี้มีคนชั่วเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรอกนะ” ท่านหมอไป๋หลี่มีสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์
“ท่าน…”
เย่อวี๋หรานไม่ปล่อยให้พี่เป้าพูดออกมา จึงรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ท่านหมอไป๋หลี่ เท่าไหร่หรือ ข้าจะออกให้”
ท่านหมอไป๋หลี่ตกตะลึง “เจ้าจะออกเงิน?”
พี่เป้าเองก็ประหลาดใจมาก
“เจ้าต้องคิดให้ดีนะ พวกเขาเป็น…” ท่านหมอไป๋หลี่มองพี่เป้าคราหนึ่ง “ต่อให้เจ้าช่วยพวกเขา พวกเขาก็คงไม่ซาบซึ้งบุญคุณ วันหน้าพึงทำอะไรก็ยังทำเช่นนั้น ไม่แน่ว่าอาจมีคนถูกทำร้ายมากขึ้นก็ได้”
“ท่านหมอไป๋หลี่ ท่านเป็นหมอ สนใจแค่การรักษาคนก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นย่อมมีคนไปจัดการเอง”
เย่อวี๋หรานคิดมาแต่แรกแล้วว่า ‘เงินหนึ่งร้อยตำลึง’ นี้จะนำมาใช้ทำอะไร?
นางตั้งใจจะนำมาซื้อตัวพี่เป้า แลกกับชีวิตสุขสงบของครอบครัวสกุลจู
พี่เป้าเป็นคนดีหรือไม่ นางไม่รู้ แต่สามารถทำให้เจี่ยงโหย่วเซิงติดตามเขาด้วยความเชื่อถือสนิทใจ อย่างน้อยคนผู้นี้คงจะมี ‘น้ำใจ’ อยู่บ้าง
นางช่วยเหลือลูกบุญธรรมของเขา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คงจะไว้ไมตรีต่อนางบ้างกระมัง?
ในเมื่อมีคนออกเงินให้แล้ว ท่านหมอไป๋หลี่ก็ไม่มีข้ออ้างให้ปฏิเสธอีก ได้แต่ลงมือรักษ