้ายืมชั่วคราว ให้เจ้าใช้แทนไปก่อน ใช่ว่าจะไม่คืนเสียหน่อย” เย่อวี๋หรานยิ้ม “คนเราล้วนต้องเคยประสบความลำบากกันทั้งนั้น การช่วยเหลือกันและกันเป็นเรื่องสมควรแล้ว”
พี่เป้าคิดว่าใจว่า ข้านึกว่าไม่ต้องคืนเสียอีก
“อีกอย่างชื่อเสียงพี่เป้าของเจ้า ไม่ใช่ว่าข้าจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”
“ท่านรู้จักข้า?” พี่เป้าประหลาดใจ
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “เพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยพบหน้า เจ้าคงรู้จักเจี่ยงโหย่วเซิงกระมัง?”
“ท่านรู้จักเจี่ยงโหย่วเซิง?” พี่เป้าคิดขึ้นมาได้ทันที เพราะนั่นก็คือเจ้าหนุ่มที่ถูกเขา ‘หลอก’ จนกลับบ้านเกิดไปคนนั้น
เขาไม่รู้ว่าเจี่ยงโหย่วเซิงกลับไปทำอะไร แต่ว่ากันตามตรงแล้ว มากลับไปในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพื่อ ‘ของขวัญวันเกิด’ แล้วยังจะเพื่ออะไรอีก?
เจ้าหนุ่มนี่ยามปกติดูแล้วซื่อสัตย์ทีเดียว ไม่คิดว่าจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาเพื่อเงินรางวัลหนึ่งร้อยตำลึงเสียได้
“ข้ามาจากหมู่บ้านใกล้เคียงกันกับเขา” เย่อวี๋หรานกล่าว “จะว่าไปแล้วเขาก็โชคร้ายจริง ๆ เด็กหนุ่มดี ๆ คนหนึ่ง แต่กลับล้มจนขาบาดเจ็บเสียได้ ถ้าไม่ได้มาพบคนในครอบครัวข้า เกรงว่านอนอยู่บนเขาทั้งวันก็คงไม่มีใครรู้”
“เขาล้มขาบาดเจ็บ?” พี่เป้าประหลาดใจอีกครั้ง
เจ้าเด็กนั่นกลับไปเพราะของขวัญวันเกิด ถึงได้ไม่ยอมกลับมาเสียทีไม่ใช่รึ?
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปฟังใครพูดมา บอกว่าบนเขามีขุมทรัพย์ จึงแอบขึ้นเขาไปคนเดียว” เย่อวี๋หราน