บทที่ 279 พี่เป้า
เย่อวี๋หรานเห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าไวเช่นนี้ก็รู้สึกว่าน่าขัน แต่ก็ยังรับปากไปทีละเรื่อง
นางถึงขั้นไม่ได้เตือนอีกฝ่ายว่า ก่อนหน้านี้ท่านบอกเองว่าคนใหญ่คนโตไม่ใช่หรือ ไฉนกลายเป็นชาดสกุลอวี๋ไปเสียแล้ว?
ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็เป็นการค้าขายครั้งเดียวเท่านั้น ต่อไปก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว
ออกมาจากร้านขายชาดสกุลอวี๋ เย่อวี๋หรานยังคงนึกเสียดายอยู่บ้าง ที่จริงแล้วการจับมือทำการค้าระหว่างนางกับเถ้าแก่อวี๋เป็นไปด้วยดียิ่งนัก!
แม้ฮูหยินอวี๋ผู้นี้จะไม่ใช่คนดีอะไร แต่กล่าวกันตามตรงแล้ว เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าเถ้าแก่อวี๋ดีมาก
ก่อนหน้านี้ตอนที่คบค้ากับเถ้าแก่อวี๋ล้วนเป็นเพราะนางรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนซื่อสัตย์ผู้หนึ่ง ถึงได้ร่วมมือทำการค้าด้วยอย่างวางใจ
น่าเสียดายที่มองข้ามเรื่องหนึ่งไป นางสนใจเพียงนิสัยของเถ้าแก่อวี๋ แต่กลับลืมสังเกตว่าภรรยาของเขาเป็นคนเช่นไร
อ้อ ใช่แล้ว ตอนที่จะจากมา เย่อวี๋หรานยังถามหยั่งเชิงเกี่ยวกับ ‘ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฉียน’ เหมือนพูดคุยสัพเพเหระทั่วไป
คงเป็นเพราะได้สูตรทำชาดมาแล้ว ฮูหยินอวี๋จึงอารมณ์ดีอย่างมาก ไม่ได้ระวังตัวมากเหมือนเมื่อครู่อีก นางกล่าวว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฉียนอะไรกัน? ก็แค่อนุคนหนึ่งของผู้เฒ่าเฉียน ที่บอกว่าจัดงานวันเกิดอะไรนั่น แท้จริงแล้วก็แค่อยากได้ของขวัญเท่านั้นแหละ”
“ก็ไม่คิดเสียบ้างว่าเป็นใคร มีสักกี่คนที่จะเตรียมของขวัญดี ๆ ไว้ให้? ก