็แค่เตรียมพอเป็นพิธีเท่านั้น”
……
เย่อวี๋หรานเอ่ยถามต่อไปว่า “คนอื่น ๆ ในครอบครัวสกุลเฉียนไม่ต้องเตรียมของขวัญหรือ?”
“เตรียมสิ จะไม่เตรียมได้อย่างไร? ทำกันเสียเอิกเกริกเชียว คนทั้งครอบครัวกำลังเตรียมการเรื่องนี้กันอยู่ ต้องการทำให้ใหญ่โตเชียวล่ะ”
ความหมายแฝงในคำพูดของฮูหยินอวี๋ก็คือ สกุลเฉียนชอบทำเรื่องไม่ถูกทำนองคลองธรรมเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ทราบกันดีว่าภรรยาเอกของนายท่านผู้เฒ่าถึงแก่กรรมแล้ว แต่กลับยกย่องอนุภรรยาออกมาจัดงานวันเกิดบังหน้า ที่แท้ก็ปรารถนาของขวัญของกำนัล
แต่เย่อวี๋หรานกลับรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ในเมื่อฮูหยินอวี๋ดูแคลนสกุลเฉียนถึงเพียงนี้ ไม่คบหาสมาคมกับอีกฝ่ายเสียก็สิ้นเรื่อง แต่กลับพะวงถึงความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย จำต้องตั้งใจเตรียมของขวัญและไปเยือนเพื่อร่วมอวยพร นี่ไม่ขัดแย้งกันหรอกหรือ?
จากที่ได้สัมผัสมาในช่วงสั้น ๆ เย่อวี๋หรานนับว่ามองออกแล้ว แม้ฮูหยินอวี๋จะพอมีกลอุบายอยู่บ้าง แต่อุบายของนางก็ซ่อนอยู่เพียงตื้น ๆ
ขอเพียงเป็นคนมีประสบการณ์ก็ล้วนสามารถมองออก กระทั่งเดาออกว่าในใจนางกำลังคิดอะไร
แม้แต่เย่อวี๋หรานเอง นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองเป็น ‘คนฉลาด’ ทั้งยังไม่คิดว่าตนเองจะสามารถกลายเป็น ‘ผู้เดินหมาก’ ได้ด้วย แต่นางก็ยังสามารถล้วงข้อมูลจากฮูหยินอวี๋มาได้ไม่น้อย
แล้วคนแบบฮูหยินอวี๋ที่ถูกนางซึ่งไม่ใช่ ‘คนฉลาด’ มองทะลุปรุโปร่งจะเป็นคนประเภทใดกัน?
ที่ตัวมีตั๋วเงินอยู่หนึ่งพันต