ำลึง เย่อวี๋หรานตั้งใจว่าจะไปแลกเป็นเศษเงินที่ร้านแลกเงินต้ารุ่นไฉ
นางใคร่ครวญในใจเป็นอย่างดีแล้ว เงินหนึ่งพันตำลึงนี้มาได้ถูกเวลาทีเดียว นางสามารถสร้างเรือนใหม่หลังจากทำนาเสร็จ และว่างเว้นจากงานเกษตรในช่วงฤดูร้อนได้พอดิบพอดี
สมาชิกในครอบครัวมีจำนวนมากปานนั้น แต่กลับแออัดกันอยู่ในเรือนเล็ก ๆ หลังเดียว แม้แต่นางเองยังรู้สึกว่าใกล้ชิดกันเกินไป
เก็บเงินห้าร้อยตำลึงเอาไว้ อีกครึ่งที่เหลือนำไปแลกเป็นตั๋วแลกเงินย่อย รวมถึงเศษเงินและเงินเหรียญอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อออกมาจากร้านแลกเงินต้ารุ่นไฉ เย่อวี๋หรานก็สัมผัสได้ว่าตนเองถูกสะกดรอยเสียแล้ว
เย่อวี๋หราน “…”
เจ้าโจรคนนี้ คงไม่ใช่ว่าร้านแลกเงินต้ารุ่นไฉเป็นคนเลี้ยงไว้เสียเองหรอกนะ?
ไม่อย่างนั้น มองจากภายนอกแล้วนางก็คือสตรีชนบทที่ไม่มีเงินคนหนึ่ง แล้วจะไปเตะตาโจรได้อย่างไร?
เย่อวี๋หรานเปลี่ยนเป็นระมัดระวังตัวขึ้นมา
ยามนั้นเอง พลันปรากฏคนผู้หนึ่งพุ่งชนนางจากข้างหลัง
เย่อวี๋หรานกุมกระเป๋าใบเล็กที่ใส่เงินอีแปะเอาไว้โดยไม่รู้ตัว ชั่วขณะนั้นพลันนึกเสียใจขึ้นมา ข้าน่าจะพาจูซานมาด้วย
“พี่เป้า แย่แล้ว เสี่ยวฝูจื่อถูกคนตีแล้ว”
คนที่ชนนางผู้นั้นพุ่งปราดไปข้างหน้า ดึงชายวัยกลางที่แต่งกายไม่เรียบร้อยผู้หนึ่งเอาไว้
ชายผู้นั้นมองมาทางเย่อวี๋หรานราวกับจะสื่อว่า ‘ถือว่าเจ้าโชคดีไป!’
เย่อวี๋หรานใจสั่นสะท้าน พี่เป้า?
นางรีบหันมองไปทางชายผู้นั้นทันที
ตอนนี้ค่อยสัง