ะชาดที่ครอบครัวเจ้าส่งมาให้เป็นของดี ทำให้สินค้าอื่น ๆ ในร้านพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย การค้าจะดีงามเช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร?”
ครั้นกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮูหยินอวี๋ก็ชะงักไปเล็กน้อย “พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาเจ้าพอดี เจ้าทำธุระเสร็จหรือยัง? ถ้าเสร็จธุระแล้ว พวกเราไปหาร้านน้ำชาใกล้ ๆ นั่งสนทนากันสักครู่”
“ไม่เป็นไร ธุระข้าไม่เร่งด่วน ไปนั่งก่อนก็ได้”
เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาพบตนเองด้วยเรื่องอะไร แต่ก็ตกปากรับคำโดยไม่ลังเล
เพราะเหตุใดน่ะหรือ?
รายรับครึ่งหนึ่งของสกุลจูตอนนี้มาจากร้านขายชาดของพวกเขา นางต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอีกฝ่ายเอาไว้อยู่แล้ว
ถ้าไม่มีเรื่องด่วนอะไรก็ต้องรับปากไว้ก่อน
ในไม่ช้า ฮูหยินอวี๋ก็พาเย่อวี๋หรานมาถึงร้านน้ำชา
ฮูหยินอวี๋บอกให้หญิงรับใช้อาวุโสข้างกายไปทำธุระอย่างอื่น อีกสักครู่ค่อยกลับมารับนาง
อย่าเห็นว่าร้านขายชาดของสกุลอวี๋ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็เป็นเพียงร้านเดียวไม่มีสองในตำบลอันจิ่ว นับว่าเป็น ‘ผู้ค้ารายใหญ่’ แล้ว
สาวใช้และหญิงรับใช้อาวุโสก็มีเพียงครอบครัวแบบพวกเขาที่มีกำลังใช้สอย
ฮูหยินอวี๋สั่งชามาหนึ่งกา รินให้เย่อวี๋หรานอย่างกระตือรือร้น “อย่าเห็นว่าตำบลอันจิ่วเป็นเพียงสถานที่เล็ก ๆ ใบชาของร้านนี้ส่งตรงมาจากเจียงหนานเชียวนะ เป็นชาชั้นดี”
ได้ดื่มชากับคนอื่นติดต่อกันสองครั้งภายในวันเดียว เย่อวี๋หรานก็ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดีแล้ว
โดยเฉพ