ชื่อว่าข้าจะมีลูกชายไม่ได้”
จูเอ้อร์ย่อมมีความสุขเป็นธรรมดา เขาเอ่ยว่า “มีได้แน่นอน ท่านแม่ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องรีบร้อน เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงบ่อยนักหรอก เจ้ายิ่งพูดถึงบ่อยครั้งก็ยิ่งจะไม่เป็นจริง ยามที่เจ้าไม่นึกถึงมันมากนัก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมาก็ได้”
“ข้ารีบนี่ เจ้าดูต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าของพี่สะใภ้ใหญ่สิ ได้ไปเรียนหนังสือกับเจ้าเจ็ดแล้ว บ้านน้องสี่ก็ตามไปติด ๆ แต่ข้ายังไม่เห็นแม้แต่เงา จะไม่ให้ข้ารีบร้อนได้อย่างไร?”
หลิวซื่อถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ห่อตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วเร่งให้จูเอ้อร์ขึ้นเตียง
“ข้ายังไม่ได้ล้างเท้าเลย” จูเอ้อร์บอก
“โธ่เอ๊ย ไม่ต้องล้างแล้ว ถึงอย่างไรก็ล้างอยู่ทุกวัน ขาดไปสักวันก็ไม่เป็นไรหรอก เรื่องมีลูกสำคัญกว่า”
……
หลินซื่อไม่ได้รีบดับไฟในตะเกียง นางและจูอู่กำลังคิดเรื่องลูกชายในอนาคต รอคอยว่าพวกเขาจะมีลักษณะเช่นไร
จูอู่ได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับลูกชายก็มีความสุขมากเช่นกัน “เจ้าคิดเรื่องลูกชายอยู่ตลอด ถ้าถึงครานั้นแล้วพวกเราได้ลูกสาวเล่า?”
“ลูกสาวก็ลูกสาวสิ ท่านแม่ก็จะได้ดีใจ เจ้าไม่เห็นหรือว่าท่านแม่รักปาเม่ยมากนัก อะไรดี ๆ ก็ล้วนอยากจะให้ปาเม่ย” หลินซื่อพูด “เพียงไม่กี่เดือนท่านแม่ก็ถ่ายทอดทักษะที่ล้ำค่ามากมายให้ปาเม่ยแล้ว ตอนนี้ข้าคิดเพียงอยากคลอดลูกสาวในยามที่ท่านแม่ยังมีแรงอยู่ ท่านแม่จะได้สอนทักษะให้บ้าง”
ความจริงแล้วนางก็ไม่มั่นใจนัก กลัวว่าตัวเองคลอดลูกชายไม่ได้