ับ”
“ที่ยังไม่ให้พวกเขาไปเรียนด้วยก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น” เย่อวี๋หรานได้ยินก็รีบพูดต่ออีกหลายประโยค “ถึงอย่างไรพวกเราก็มีกำลังส่งเงินค่าเล่าเรียนให้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ทุกคนล้วนเท่าเทียม เด็กคนอื่นรู้เข้าจะต้องไม่พอใจเป็นแน่ ให้เจ้าเจ็ดเรียนแล้วกลับมาสอนเอง นั่นคือความสามารถของเจ้าเจ็ด ตราบใดที่พวกเขาทั้งสามคนเจียมเนื้อเจียมตัวเสียหน่อย ก็ไม่ง่ายที่คนอื่นจะมาพูดอะไร พวกเราจะทำให้อาจารย์เสินวางตัวลำบากไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจขอรับท่านแม่ ข้าเคยบอกกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่าแล้ว พวกเขาทั้งสองคนรู้ความเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่ได้ทำตัวโอ้อวดข้างนอก อีกทั้งลูกชายของอาจารย์ที่มาเรียนด้วยกันก็ยังมาสอนพวกเขาอยู่บ้าง”
หลังจากรู้สถานการณ์ของเจ้าเจ็ด ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าแล้ว เย่อวี๋หรานก็เริ่มเป็นห่วงว่าพวกเขากินอิ่มหรือไม่ และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร
ตอนนี้ในบ้านกำลังอยู่ในช่วงเตรียมดินเพื่อเพาะปลูก ช่วงนี้เกรงว่าจะไม่มีคนไปดูพวกเขาที่ตำบล หากมีเรื่องอะไรแน่นอนว่าจะต้องส่งข่าวกลับมา
“หากเงินไม่พอก็บอก เจ้าพาเขาสามคนไปก็อย่าประหยัดมากเกินไปนัก ไม่ว่าจะอย่างไรหากท้องไม่อิ่มก็จะเรียนหนังสือไม่ได้”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านแม่” จูซานพูด “ข้าหางานในเมืองทำงานหนึ่ง แม้ว่าค่าแรงจะน้อยกว่าที่อื่นอยู่บ้างแต่ก็พอจะเอามาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายได้บ้าง วางใจเถอะขอรับท่านแม่ หากไม่มีเงินข้าจะบอกท่าน”
“เจ