็ดไป พวกเจ้าครูพักลักจำไปด้วยกันนั่นย่อมเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ปีหน้าวันที่หนึ่งเดือนเจ็ดก็ไปสอบ ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะไปสอบด้วย หากไม่ลองจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้?”
จูซานถูกแม่ของเขาพูดใส่ก็ไม่กล้าพูดกลับแม้ครึ่งประโยค
“ข้าเข้าใจว่าเจ้าอยากไปหาเงินเพื่อแบ่งเบาภาระในบ้านลงบ้าง แต่มีได้ย่อมมีเสีย เจ้าต้องคิดให้ชัดเจนเสียก่อนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ” เย่อวี๋หรานถอนหายใจและพูดต่อ “ในบรรดาพวกเจ้าพี่น้อง เจ้าเป็นคนที่หัวไวที่สุด ดังนั้นข้าจึงให้เจ้าออกไป ข้าให้เจ้าออกไปดูโลกภายนอก เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่ให้ไปเพื่อหาเงินไม่กี่เหรียญ”
“ข้าขอโทษขอรับท่านแม่” ผ่านไปไม่นาน จูซานก็ยอมรับความผิดของตัวเอง
เขาเห็นว่าทุกคนล้วนสามารถหาเงินได้จึงขาดสติไปชั่วครู่ คิดว่าตัวเองว่างก็ว่าง ดังนั้นจึงไปหาเงินเสียหน่อยดีกว่า
แต่ความจริงแล้วก็เป็นเช่นที่แม่ของเขาพูด เขาไปเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่ไปเพื่อหาเงิน
พลังงานของคนนั้นมีขีดจำกัด ยามที่เขาเริ่มทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงิน เขายังต้องดูแลเจ้าเจ็ด ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าด้วย จึงไม่มีเวลาจะใช้พลังงานไปกับ ‘การเรียน’
ช่วงนี้การเรียนของเขาก็แย่ลงจริง ๆ
“เจ้าไม่ต้องขอโทษข้า ข้ากลัวว่าวันหนึ่งเจ้าจะมาเสียใจภายหลัง ต้องขอโทษตัวเจ้าเอง สกุลจูมีลูกชายอยู่หลายคน แต่ไม่ว่าจะคนไหนก็ล้วนไม่เกียจคร้าน ข้าก็หวังว่าพวกเจ้านับวันจะยิ่งดี
ขึ้น และก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น” เย่อวี๋หรานถอ