ก่อน นางตั้งใจจะสะสางเรื่องนี้ก่อนกลับถึงเรือน
“เจ้าคะ?” หลินซื่อได้สติคืนมา นางยอมรับอย่างกระดากใจ “นิดหน่อยเจ้าค่ะ แต่ว่า…ข้าคิดว่าท่านแม่คงมีเหตุผลกระมัง”
เย่อวี๋หรานมองอีกฝ่ายพลางกล่าวว่า “ถ้าเจ้าคิดได้เช่นนี้แต่แรกก็คงไม่มีเรื่องในวันนี้แล้ว ข้าไม่ยุ่งเรื่องพี่สาวเจ้า ก่อนหน้านี้ก็ได้บอกเหตุผลกับเจ้าไปแล้ว ตอนนี้ข้าจะอธิบายเพิ่มเติมก็แล้วกัน ข้อแรก นางเป็นสะใภ้ของหมู่บ้านสกุลหลิว เจ้าดูท่าทีของเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็คงรู้ได้ พวกเขาต้องไม่อยากให้ข้าเข้าไปยุ่งเรื่องนี้แน่นอน”
หลินซื่อค่อนข้างงุนงง “ไม่นะเจ้าคะ ท่านแม่ ข้าเห็นเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลิวกระตือรือร้นต่อท่านยิ่งนัก?”
“เฮอะ ๆ!” เย่อวี๋หรานหัวเราะเสียงเย็น “ถ้ากระตือรือร้นเพียงนั้นจริง ๆ จะรีบขับไสไล่ส่งพวกเราทั้งที่ยังจัดการเรื่องราวไม่เรียบร้อย หรือแม้แต่คำขอบคุณสักคำก็คร้านจะพูดเลยหรือ? ข้ามาปรากฏกายในหมู่บ้านสกุลหลิว จัดการเรื่องพวกนี้แทนผู้นำหมู่บ้านก็คือการช่วงชิงอำนาจ ไม่มีเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสคนใดอยากเห็นเรื่องเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่าข้าจะมีประโยชน์ต่อพวกเขา แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน ข้ายังมีประโยชน์ต่อพวกเขาอยู่หรือ?”
“เอ่อ…ช่วยพวกเขาแก้ปัญหาก็ไม่นับหรือเจ้าคะ?” หลินซื่อดึงดันหาเหตุผล
“ถ้าพวกเขาสามารถแก้ไขกันเองได้ แต่ข้าก็ยังสอดมือเข้าไปเล่า?” เย่อวี๋หรานกล่าว “คนเราต้องรู้จักอ่านสถานการณ์ให้ป