นี้ทำให้ตกใจกันหมด ไม่สามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ รีบหามหม่าซานเหนียงเข้าไปในห้อง
ตอนพาคนเข้าไป ลูกสะใภ้ของเจ้าหน้าที่ยังค่อนข้างไม่พอใจ “ไม่ได้ นางเป็นหญิงชั้นต่ำดอกหยางฮวาน้ำ[1] ทำไมถึงหามคนเข้าห้องของพวกข้า?”
“หากไม่หามเข้าห้องพวกเจ้า หามเข้าห้องพวกข้าคงได้แล้วกระมัง?” เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยินดีเช่นกัน ไม่อยากให้คนประเภทนี้มาแปดเปื้อนเรือนของตัวเอง แต่ชีวิตคนสำคัญที่สุด ถ้าเกิดหม่าซานเหนียงเป็นอะไรขึ้นมาก็คงจะวุ่นวายกว่านี้
หมอตำแยถูกเชิญมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ไล่คนในห้องออกมา เหลือเพียงคนสำคัญไม่กี่คนแล้วเริ่มตรวจดูอาการ
มารดาของหลิวต้าซุ่นหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมออกไป นางยืนกรานว่าเด็กในท้องหม่าซานเหนียงคือหลานชายสุดที่รักของนาง ถ้านางออกไปแล้วมีคน ‘ฉก’ หลานชายของนางไปจะทำอย่างไร?
ภรรยาของเจ้าหน้าที่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ในห้องต่อไป
เย่อวี๋หรานคร้านจะไปข้องเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นจึงนั่งอยู่ข้างนอก
จูซื่อเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนเป็นเช่นนี้เสียแล้วก็รู้สึกกังวลใจ อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตหันไปพูดกับเย่อวี๋หรานเสียงเบา “ท่านแม่ ท่านว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ? กลายเป็นแบบนี้แล้ว เกรงว่าอีกหน่อยคงยากจะสะสาง…”
“เมื่อเรือถึงสะพานก็จะผ่านไปได้เอง[2] ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้” เย่อวี๋หรานจัดแจงชายแขนเสื้อของตัวเอง ไร้ท่าทีกังวล
ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน[3] ไ