…”
สวรรค์จะต้องเล่นตลกแล้วเป็นแน่ เจ้าของร่างเดิมมีนิ้วทองคำอันเป้งขนาดนี้ จัดได้ว่าเป็นนางเอกในบทละครเลยด้วยซ้ำ เหตุใดจึงตกต่ำได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่กายเนื้อก็ยังถูกนางเก็บได้?
“ท่านแม่?” จูปาเม่ยเห็นมารดาของนางใจลอยอยู่นานจึงงุนงงเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร แค่นึกขึ้นมาได้ว่าที่จริงแล้วเสี่ยวเม่ยของพวกเราก็ฉลาดเหมือนกันนะ” เย่อวี๋หรานสะท้อนใจ ต่อให้ในชาติภพที่แล้วนางไม่มีความจำอันยอดเยี่ยมของเจ้าของร่างเดิม แต่หากมีความสามารถเท่าจูปาเม่ย อย่างน้อยจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่ ไม่แน่ว่าอาจไต่เต้าไปถึงจุดสูงสุดในชีวิตของคนคนหนึ่งเลยก็เป็นได้
จูปาเม่ยรู้สึกว่ารอยยิ้มของมารดาเหมือนจะไม่แฝงเจตนาดีสักเท่าไหร่ นางห่อไหล่แล้วรีบยืนยันความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง “ท่านแม่ ช่วงนี้ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะเจ้าคะ ทุกวันทำแค่ถักสร้อยข้อมืออยู่ในเรือน”
เย่อวี๋หรานเห็นนางมีท่าทางลนลานแบบนั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว “แล้วท่อนหลังท่องได้ไหม?”
จูปาเม่ยไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรผิดไปหรือไม่ เพียงแต่บทเรียนจากที่แล้วมาทำให้นางไม่กล้าพูดปด จึงกล่าวอย่างซื่อสัตย์ว่า “จำได้ไม่ชัดเท่าไหร่เจ้าค่ะ เหมือนจำได้ราง ๆ แต่ท่องไม่ได้…”
“ดำรงคู่เปลี่ยนแปลง”
“แตกต่างคู่เหมือนเดิม ชายเฒ่ากับเด็กทารก ลมแม่น้ำคู่ทะเลหมอก เด็กเลี้ยงวัวกับชาวประมง”
“เหยียนหุย[5] พอใจอาศัยอยู่ในตรอกข้นแค้น”
“หร่วนจี๋[6] ร่ำไห้ไร้หนทางเดิน จี้เป่ยคู่เหลียวตง น้ำในส